บล็อก

รวมคำถาม-คำตอบ เรื่องการนำเข้า โดย DHL Express

รวมคำถาม-คำตอบ เรื่องการนำเข้า โดย DHL Express

อัพเดทล่าสุด:

DHL Express ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ รวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกสู่ประเทศไทยมาฝาก ให้การนำเข้าของคุณเป็นไปตามระเบียบข้อกำหนดของกรมศุลกากร และจัดส่งถึงมือผู้รับอย่างราบรื่น

 

คำถาม: “ของต้องห้าม” และ “ของต้องกำกัด” ในการนำเข้ามาในประเทศไทย คืออะไร

คำตอบ:

ของที่มีกฎหมายกำหนดห้ามมิให้นำเข้าหรือส่งออกโดยเด็ดขาด ผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกจะมีความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติ เรียกว่า "ของต้องห้าม" เช่น 

  • สารเสพติด
  • วัตถุ หรือสื่อลามก
  • ของลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้า ละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา
  • ธนบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ปลอม
  • สัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ที่อยู่ในบัญชีควบคุมของอนุสัญญาไซเตส

 

ส่วนของบางประเภท ที่กฎหมายควบคุมการนำเข้าและส่งออกนอกประเทศเรียกว่า "ของต้องกำกัด" คือต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือใบรับรอง หรือปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยก่อนการนำเข้าและส่งออกจะต้องนำหลักฐานใบอนุญาต มาแสดงในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากร เช่น 

 

  • พระพุทธรูป ศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมศิลปากร)
  • อาวุธปืน กระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย)
  • พืชและส่วนต่างๆของพืช (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมวิชาการเกษตร)
  • สัตว์มีชีวิตและซากสัตว์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมปศุสัตว์)
  • สัตว์ป่าและซากของสัตว์ป่า (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมอุทยานแห่งชาติฯ)
  • อาหาร ยา เครื่องสำอาง อาหารเสริม เครื่องมือแพทย์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา)
  • ชิ้นส่วนยานพาหนะ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กระทรวงอุตสาหกรรม)
  • บุหรี่ ยาสูบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ กรมสรรพสามิต)
  • เครื่องมือวิทยุสื่อสาร อุปกรณ์โทรคมนาคม (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตคือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ)
  • สินค้า IPR บุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าที่รัฐบาลมีนโยบายควบคุมการนำเข้าและ/หรือการส่งออก (หน่วยงานที่ออกใบอนุญาต คือ กรมการค้าต่างประเทศ

 

สำหรับความผิดในการนำเข้าและส่งออกของต้องกำกัดโดยไม่มีใบอนุญาต จะต้องถูกปรับไม่เกิน 4 เท่าของราคาสินค้ารวมค่าอากร หรือจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ และของกลางยังจะต้องถูกริบด้วย สำหรับรายละเอียดสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์หน่วยงานที่เป็นผู้กำกับการห้ามหรือการควบคุมของประเภทนั้นๆ ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้จัดทำข้อมูลของที่ห้ามนำเข้าและของต้องกำกัด ที่เว็บไซต์กรมศุลกากร หัวข้อ ของควบคุมการนำเข้า-ส่งออก ซึ่งเป็นข้อมูลเบื้องต้น

 

 

คำถาม: ทำไมต้องเสียภาษีอากรขาเข้า เมื่อนำเข้าสินค้าเข้ามาในไทย

คำตอบ:

การเรียกเก็บอากรขาเข้า เป็นไปตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 2 โดยการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ถ้าสินค้ามีมูลค่า CIF รวมกันมากกว่า 1,500 บาท หรือเป็นสินค้าต้องกำกัด จะต้องเสียอากรขาเข้า

 

Costคือมูลค่าของสินค้าที่นำเข้า

Insuranceคือ ค่าประกันภัยสินค้า (Cost x 1%) หรือประกันภัยที่ซื้อเพิ่มเติม และ

Freightคือค่าขนส่ง

 

โดยอัตราภาษีที่ต้องชำระสำหรับสินค้าแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งถูกตั้งขึ้นและดูแลโดยองค์การศุลกากรโลก เช่น รองเท้ากีฬาใช้สำหรับวิ่ง จัดเข้าประเภทพิกัด 6402.19.90 มีอัตราอากร 30%, นาฬิกาข้อมือ จัดเข้าประเภทพิกัด 9102.11.00 มีอัตราอากร 5% เป็นต้น สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์กรมศุลกากร หัวข้อ "ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร" 

 

หากผู้นำเข้าใช้บริการนำเข้า กับผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศอย่าง DHLExpress จะได้รับความสะดวกสูงสุดเพราะ DHL Express เป็นผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ได้ทำการลงทะเบียนและได้รับการอนุญาตให้ดำเนินพิธีการศุลกากรที่ถูกต้องแทนผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกแล้ว

 

โดย DHL Express จะชำระอากรให้ล่วงหน้าในนามของลูกค้าเพื่ออำนวยความสะดวก ทำให้สินค้าส่งถึงมือผู้รับได้เร็วขึ้น และจะเรียกเก็บเงินจากผู้รับในขั้นตอนการส่งสินค้า (door to door service) พร้อมค่าธรรมเนียมสำรองจ่ายภาษี (Disbursements)สำหรับพัสดุภัณฑ์ครับ ทั้งนี้ DHL Express มีบริการที่เรียกว่า Advance Duty Collectionเพื่อส่งข้อความแจ้งยอดภาษีนำเข้าที่่ต้องชำระผ่าน SMS หรืออีเมล ซึ่งผู้รับสามารถจ่ายผ่านระบบออนไลน์ด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด

 

คำถาม: สั่งซื้อของจากต่างประเทศทางอินเทอร์เน็ต ตอนที่ผู้ขายส่งของเข้ามาให้ จะต้องเสียภาษีหรือไม่และอัตราเท่าไร

คำตอบ:

การสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต และให้ผู้ขายจัดส่ง ไม่ว่าจะเป็นทางไปรษณีย์หรือใช้บริการบริษัทขนส่งสินค้าเร่งด่วน เช่น DHL Express หรืออื่นๆ ล้วนเป็นการนำเข้า แม้จะนำมาใช้เองเป็นการส่วนตัว ผู้นำเข้าก็ต้องชำระค่าภาษี อากรและปฏิบัติตามข้อห้าม ข้อกำกัดและระเบียบการนำเข้าให้ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

 

อย่างไรก็ตาม หากของที่นำเข้านั้นมีราคาศุลกากร (CIF)* ไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระอากรขาเข้า สำหรับอัตราภาษีที่ต้องชำระสำหรับสินค้าแต่ละชนิด สามารถสืบค้นได้ที่เว็บไซต์กรมฯหัวข้อ ค้นหาพิกัดอัตราศุลกากร 

 

* ราคาศุลกากร(CIF) = ราคาของ + ประกันภัย + ค่าขนส่ง

 

ติดตามคำถามยอดนิยมเกี่ยวกับการนำเข้า พร้อมคำตอบที่ทาง DHL Express รวบรวมมาให้ได้ที่นี่ เพื่อให้ทุกการนำเข้าของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ใหม่! DHL Express แนะนำ บริการนำเข้าสำหรับ SME และบุคคลทั่วไป จาก 200 ประเทศตรงสู่ไทย นำเข้าได้แบบไม่ต้องมีบัญชีสมาชิก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเข้าได้ที่นี่ https://bit.ly/dhl-import-th  หรือชมวิดีโอสาธิตการทำรายการนำเข้าแบบละเอียดทุกขั้นตอน คลิก

 

สำหรับบริการส่งของไปต่างประเทศจาก DHL Express สามารถคลิกปุ่มข้างล่างนี้เพื่อตรวจสอบราคาเบื้องต้นจากแพลตฟอร์มออนไลน์ iExpressByDHL หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราได้แบบเรียลไทม์ เพียงกดปุ่ม Live Chat 

 

อ้างอิง

  • สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่วนบริการศุลกากร 3
  • https://bit.ly/3t2Ycsl
  • https://bit.ly/3sDQYdS
เช็คราคา คลิกเลย!