บล็อก

ส่องเทรนด์ล่ามาแรง ชวนผู้ประกอบการไทย ปรับทัพรับตลาดแฟชั่นโลก

ส่องเทรนด์ล่ามาแรง ชวนผู้ประกอบการไทย ปรับทัพรับตลาดแฟชั่นโลก

อัพเดทล่าสุด:

เมื่อพูดถึงแฟชั่น คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแต่เสื้อผ้าหรือแฟชั่นผู้หญิงเท่านั้น แต่ที่จริงแฟชั่นยังครอบคลุมธุรกิจอื่นๆ เช่น รองเท้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ ผ้าที่ใช้ทำเครื่องแต่งกาย กระบวนการขนส่ง การทำตลาด และการกระจายสินค้าข้ามประเทศ อุตสาหกรรมแฟชั่นโลกมีมูลค่ารวมสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 2% ของ GDP โลก และสร้างงานให้คนทั่วโลกกว่า 60 ล้านคน แต่การกระจายงานเหล่านี้อาจเปลี่ยนไปในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากอุตสาหกรรมแฟชั่นกำลังมุ่งหน้าไปสู่ตะวันออก 

DHL Express ผู้นำด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ และลอจิสติกพาร์ทเนอร์ของดีไซเนอร์และแบรนด์ชั้นนำ จะพาคุณไปสำรวจเทรนด์ล่าสุดของอุตสาหกรรมแฟชั่น เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออก-ผู้นำเข้า และผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็น SME หรือร้านเสื้อผ้าออนไลน์ที่ส่งเสื้อผ้าไปขายต่างประเทศ สามารถปรับตัวได้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลง และพร้อมสำหรับการขยายตลาดและเพิ่มยอดขายภายหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยมีมืออาชีพอย่าง DHL Express ช่วยให้การส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศของคุณราบรื่น สะดวกสบาย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

 

 

"จีน" ตลาดใหญ่อุตสาหกรรมแฟชั่นโลก

 

ที่ผ่านมาตลาดหลักของอุตสาหกรรมแฟชั่นอยู่ในยุโรปและอเมริกาเหนือมาตลอด จนกระทั่งถึงปี 2018 ยอดขายเสื้อผ้าและรองเท้ากว่าครึ่งกลับมาจากตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและลาตินอเมริกา หลายคนรู้ว่าจีนเป็นผู้ส่งออกเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก แต่นอกจากนั้นแล้วจีนยังเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อีกด้วย เนื่องจากจีนมีการเติบโตของ GDP และเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ใครๆ ก็อยากส่งเสื้อผ้าไปขายที่จีน ส่งผลให้ในปัจจุบันภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกลายเป็นผู้ซื้อสินค้าแฟชั่นอันดับหนึ่งของโลก ทิ้งยุโรปให้ตกเป็นอันดับสองโดยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 38% และ 27% ตามลำดับ 

จีนเป็นตลาดส่งออกเสื้อผ้าที่สำคัญของไทยเช่นกัน ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. ปี 2019 ไทยมียอดการส่งออกสินค้ากลุ่มเครื่องแต่งกายคิดเป็นมูลค่า 1,715.72 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.52% จากปี 2018 

โดยจีนเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ 5 อันดับแรกที่คนไทยส่งเสื้อผ้าไปขาย นอกเหนือไปจากสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เบลเยียม และอังกฤษ โดยจีนเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดถึง 28.61%1 ดังนั้นหากคุณเป็นผู้ขายที่ต้องการส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ คุณจะมองข้ามจีนไปไม่ได้เลย 

 

"ความเร็ว" คือหัวใจ

 

การเกิดขึ้นของดิจิทัลแคทวอล์ค แฟลชเซลล์ และปุ่มสั่งซื้อสินค้าบนโซเชียลมีเดีย คือปัจจัยขับเคลื่อนให้ธุรกิจฟาสต์แฟชั่นเติบโตสูงถึง 20% ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา แบรนด์ต่างๆ หาทางร่นระยะเวลาในการนำเสื้อผ้าที่จัดแสดงออกวางจำหน่ายให้ได้เร็วที่สุด แม้แต่การจัดส่งก็ต้องรวดเร็ว  

แบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์อย่าง Gucci เพิ่มบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้านภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง ในขณะที่ Burberry ทำให้ผู้บริโภคซื้อหาสินค้าได้ทันทีหลังจากที่เห็นนางแบบใส่เดินบนแคทวอล์ค หากคุณกำลังส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ การวางจำหน่ายและจัดส่งเพื่อให้ลูกค้าได้สินค้าที่ต้องการอย่างรวดเร็ว จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์ ยิ่งส่งจากต่างประเทศได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ลูกค้าชื่นชอบแบรนด์ของคุณมากเท่านั้น  

 

ใช้ AI เป็นตัวช่วย

หากคุณเป็น SME ที่กำลังเติบโต คุณอาจต้องการตัวช่วยอย่างเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence) ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถแก้ปัญหาโอเวอร์สต็อก ซึ่งคิดเป็นเม็ดเงินที่ธุรกิจค้าปลีกต้องสูญเสียไปในปี 2015 ได้ถึง 472 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่นอกจากนั้นแล้ว AI ยังช่วยคุณในเรื่องอื่นๆ ได้อีก 

• ลดการคืนสินค้า: ร้านค้าออนไลน์มีปัญหาการคืนสินค้ามากกว่าร้านค้าปกติเฉลี่ย 20% บริษัทอีคอมเมิร์ซสัญชาติเยอรมันชื่อ Otto ได้นำ AI เข้ามาใช้ เพื่อคาดการณ์สินค้าที่จะขายออกไปในอีก 1 เดือนข้างหน้า พบว่า AI ให้ความแม่นยำสูงถึง 90% และช่วยให้บริษัทลดปัญหาโอเวอร์สต็อกลงได้ 20%  

• คาดการณ์สินค้าขายดี: AI สามารถวิเคราะห์ได้ว่าสินค้ารายการไหนเป็นที่ต้องการของสื่อและสไตลิสต์ ช่วยให้บริษัทสามารถคาดการณ์ได้ว่าสินค้าแบบไหนจะกลายเป็นสินค้าขายดี ทำให้สามารถควบคุมกระบวนการผลิต และลดความสิ้นเปลืองที่เกิดจากการผลิตมากเกินไปได้   

• ลดการก่อมลพิษ: AI สามารถลดความผิดพลาดได้ถึง 50% จึงช่วยลดความสิ้นเปลือง และช่วยส่งเสริมความยั่งยืน 


ข้อดีของการรีไซเคิล 

เทรนด์ปัจจุบันผู้บริโภคมีแนวโน้มชื่นชอบแบรนด์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คนยุคมิลเลนเนียล 66% อยากซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ยั่งยืน การลดขยะเสื้อผ้าจึงไม่เพียงแต่ดีต่อโลก แต่ยังดีสำหรับธุรกิจด้วย ปัจจุบัน แบรนด์แฟชั่น 42% กล้าเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับซัพพลายเออร์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในสายตาผู้บริโภค และเพื่อส่งเสริมวิธีปฏิบัติที่ยั่งยืน ใครที่ก้าวตามเทรนด์ไม่ทันจะถูกคู่แข่งทิ้งห่าง โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ซึ่งผู้บริโภคมักจะพิจารณาจริยธรรมของแบรนด์เวลาที่ตัดสินใจซื้อสินค้า 


การจัดส่งที่เชื่อถือได้  

ครึ่งหนึ่งของนักช้อปออนไลน์บอกว่าความง่ายและค่าใช้จ่ายในการขนส่งเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ นักช้อปกว่า 1 ใน 3 คำนึงถึงความง่ายและค่าใช้จ่ายในการคืนสินค้า การส่งสินค้าไปถึงร้านค้าล่าช้าแค่สัปดาห์เดียวอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรได้อย่างมหาศาล เนื่องจากสินค้าแฟชั่นมีวงจรชีวิตสั้นแค่ 8 สัปดาห์ เท่านั้น ดังนั้นการมีลอจิสติกพาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้อย่าง DHL Express ที่สามารถช่วยคุณส่งสินค้าจากทุกที่ไปสู่ผู้รับในทุกประเทศทั่วโลกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง 

 

ลูกค้าของคุณมองหาเสื้อผ้าแบบไหน 

หากคุณคิดจะส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ ข้อมูลต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรรู้ DHL Express ได้สำรวจความเห็นของผู้บริโภคราว 6,000 คน จากอังกฤษ สหรัฐอเมริกา อิตาลี ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เกี่ยวกับนิสัยการซื้อสินค้าและเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อ พบว่าผู้บริโภคชาวอังกฤษให้ความสำคัญกับการผลิตอย่างมีจริยธรรมมากเป็นพิเศษ ในขณะที่สาวๆ ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับคุณภาพผลิตภัณฑ์เป็นอันดับแรก ผู้ตอบแบบสอบถาม 15% อ่านฉลากเพื่อดูว่าเสื้อผ้าที่ซื้อผลิตขึ้นที่ไหน โดยชาวอิตาลีเป็นนักช้อปที่อ่านฉลากมากที่สุดถึง 41% 

นอกจากนี้ผู้บริโภคยังอยากรู้ด้วยว่าห่วงโซ่การขนส่งสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้างหรือเปล่า หนึ่งในสี่ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าการที่แรงงานได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ และหนึ่งในห้าของนักช้อปชาวออสเตรเลียใส่ใจเรื่องคาร์บอนฟุตพรินท์

 

อัพไซเคิลเทรนด์สุดคูลในธุรกิจแฟชั่น

 
เสื้อผ้าที่เก่าขาดหรือล้าสมัยสุดท้ายมักจะไปลงเอยที่ภูเขาขยะ DHL Express Ukraine ตระหนักถึงปัญหานี้ จึงได้จับมือกับแฟชั่นดีไซเนอร์ชาวยูเครน Yuliya Postushna สร้างสรรค์แคมเปญที่กระตุ้นการตระหนักรู้ด้วยการอัพไซเคิลแฟชั่นจากเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว โดยนำยูนิฟอร์มที่เก่าและขาดแล้วมาสร้างสรรค์ใหม่ให้เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นสุดจ๊าบ และจัดแสดงใน Ukraine Fashion Week เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย DHL Express มองว่าการนำชุดยูนิฟอร์มมารีไซเคิลอย่างรับผิดชอบและปลอดภัยนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวที่จะช่วยปกป้องแบรนด์ พนักงาน และสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้ 

 


คู่มือการแพ็คเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่น 

ถึงตอนนี้คุณอาจพร้อมสำหรับการส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศแล้ว แต่เรายังมีทิปแนะนำอีกนิดหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้การส่งเสื้อผ้าไปขายของคุณดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น เนื่องจากสินค้าแฟชั่นมีความหลากหลาย เราจึงแนะนำให้คุณเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับประเภทสินค้า และแพ็คสินค้าอย่างถูกต้องโดยทำตามคู่มือต่อไปนี้ 

เสื้อผ้า 

เรามีซอง (flyer) ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับบรรจุเสื้อผ้า แต่ถ้าคุณต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของตัวเอง ควรดูให้แน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์นั้นสามารถปกป้องสินค้าที่อยู่ข้างในระหว่างการขนส่งได้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อเลือกใช้ซองบรรจุเสื้อผ้าก็คือความสามารถในการยืดขยายและความแข็งแรงของตะเข็บ ซองของ DHL Express สามารถยืดขยายได้ถึง 350 มม. และมีตะเข็บที่แข็งแรงทนทาน เราใช้กาวคุณภาพสูงเพื่อให้มั่นใจว่าซองจะไม่ปริขาดหรือเปิดอ้าในระหว่างการขนส่ง 

เสื้อผ้าทั่วไป  

เสื้อผ้าทั่วไปสามารถใส่ซองพลาสติกหรือกล่องกระดาษได้ โดยควรแยกเสื้อผ้าแต่ละชิ้นออกจากกันเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง แนะนำให้ใช้กล่องที่มีขนาดพอดีกับเสื้อผ้าที่จะส่ง เพราะกล่องที่มีช่องว่างจะบุบง่ายระหว่างขนส่ง จากนั้นให้แพ็คเสื้อผ้าตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

• ห่อเสื้อผ้าด้วยพลาสติกกันกระแทกหรือกระดาษคราฟท์ แล้วบรรจุลงในกล่องหรือซองของ DHL Express  
• ปิดซอง และติดเทปให้เรียบร้อย  
• ติดใบขนลงบนซองให้เห็นชัดเจน 

เสื้อผ้าที่บอบบาง 

• เสื้อผ้าที่บอบบางควรบรรจุในกล่องสองชั้น เว้นแต่จะใช้กล่องที่คุณหามาเอง 

รองเท้า 

กล่องรองเท้าธรรมดาไม่แข็งแรงพอที่จะปกป้องรองเท้าที่อยู่ข้างในได้ คุณจึงต้องแพ็คอีกครั้งก่อนส่ง DHL Express มีตัวเลือก 2 ตัวเลือกให้คุณ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักและมูลค่าของสินค้า 

1. รองเท้าทั่วไป ที่มีน้ำหนักต่ำกว่า 3 กก  
• นำกล่องรองเท้าใส่ในซองขนาดใหญ่ของ DHL Express   
• ปิดซองโดยพับขอบซองให้แนบไปกับกล่องรองเท้า ปิดเทปทับส่วนที่พับ  
• ติดใบขนลงบนซองให้เห็นชัดเจน 

2. รองเท้าราคาแพง หรือมีน้ำหนักมากกว่า 3 กก. 
• นำกล่องรองเท้าใส่ในกล่องชั้นนอก 
• ปิดขอบกล่องและฝากล่องให้สนิทในรูปแบบตัว H 
• ติดใบขนบนกล่องให้เห็นชัดเจน 
 



เพียงเท่านี้ คุณก็ไม่ต้องกังวลเมื่อส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ เพราะมั่นใจได้ว่า DHL Express จะดูแลสินค้าของคุณอย่างดี นอกจากนั้นลูกค้าจะให้ความไว้วางใจแบรนด์ของคุณมากขึ้นด้วย DHL Express เป็นลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ของแบรนด์แฟชั่นทั่วโลก เราสนับสนุนการจัด Fashion Week ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย และให้บริการขนส่งสินค้าแฟชั่นของดีไซเนอร์ต่างประเทศเข้ามาในไทย เพื่อมาร่วมจัดแสดงในงานต่างๆ มากมาย นอกจากนี้ เรายังมีบริการลอจิสติกส์เฉพาะทาง เช่น บริการสำหรับอีคอมเมิร์ซ และบริการจัดส่งสินค้าไปยังหน้าร้านและศูนย์จำหน่ายสินค้า เป็นต้น   

เราหวังว่าเทรนด์ต่างๆ ที่นำมาฝากจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ประกอบการในธุรกิจแฟชั่น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ DHL Express คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณส่งเสื้อผ้าและสินค้าแฟชั่นไปถึงมือผู้รับอย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยบริการที่เป็นมืออาชีพและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้แบรนด์ของคุณมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาลูกค้าต่างชาติ นอกจากนี้เรายังบริการ Door-to-door service ที่รับและส่งสินค้าถึงหน้าประตูบ้าน ช่วยให้คุณไม่ต้องออกจากบ้าน และประหยัดเวลาไปใช้กับการวางกลยุทธ์ธุรกิจ 

ถ้าพร้อมที่จะส่งเสื้อผ้าไปต่างประเทศแล้ว ก็ไปเช็กราคาค่าขนส่งจากไทยไปต่างประเทศกันได้ง่ายๆ ที่ iExpressByDHL.com แพลตฟอร์มส่งของไปต่างประเทศจาก DHL Express แล้วนัดหมายให้เจ้าหน้าที่คูเรียร์เข้ารับของผ่านระบบ พร้อมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้ล่วงหน้า 

หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ของเราได้ด้วยการกดปุ่ม Live Chat เพื่อแชทสดหรือคลิก เช็กราคา เพื่อตรวจสอบค่าขนส่งเลย!  


อ้างอิง 
• https://www.gsbresearch.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IN_textile_12_62_detail.pdf 
• https://www.dhl.com/discover/business/market-intelligence/dhl-sector-guides/fast-fashion-guide 
• https://www.dhl.com/global-en/home/press/press-archive/2018/new-dhl-consumer-survey-on-fashion-trends-and-their-parallels-in-the-world-of-logistics.html  
 

เช็คราคา คลิกเลย!