บล็อก

ไม่สายที่จะลอง ไม่ช้าที่จะเริ่ม ขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ!

ไม่สายที่จะลอง ไม่ช้าที่จะเริ่ม ขยายฐานลูกค้าไปทั่วโลกกับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ!

อัพเดทล่าสุด:

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ธุรกิจ E-commerce ได้อานิสงค์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่ปกติโลกออนไลน์นั้นก็มีอิทธิพลกับคนเรามากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ยิ่งในสถานการณ์แบบนี้ ผู้คนได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง แม้กระทั่งสิ่งของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ ก็หันมาสั่งซื้อกันผ่านช่องทางสั่งซื้ออย่างอีคอมเมิร์ซกันแทบจะทุกชนิด รวมถึงการซื้อของข้ามประเทศก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป หลายครั้งผู้ขายในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้ซื้อในไทยต้องการ และในขณะเดียวกัน ผู้ขายในไทยจำนวนไม่น้อยได้คว้าส่วนแบ่งการตลาดในอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศจากการขายสินค้าที่คนทั่วโลกกำลังต้องการ โดยเฉพาะในช่วงโควิดนี้!  

วันนี้ DHL Express มีผลสำรวจเกี่ยวกับตลาดอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนให้คุณขายดียิ่งขึ้น! ถ้าคุณมีออร์เดอร์ส่งของไปต่างประเทศแล้วล่ะก็ บทความนี้เหมาะสำหรับคุณ! การสร้างรายได้จากอีคอมเมิร์ซจะเป็นเรื่องสนุกและไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป! 

ยอดขายอีคอมเมิร์ซทั่วโลกโตต่อเนื่องไม่มี Drop

Hootsuite เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าสถิติการจับจ่ายใช้สอยผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ ของประเทศไทย โดยคนไทยใช้เงินเฉลี่ยถึง 1,096 บาท ในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์แต่ละครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นไปอีกในปี 2021 ส่วนสินค้าที่มีผู้คนซื้อมากที่สุดเป็นอันดับแรก เป็นสินค้าประเภท โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และประเภทสินค้าแฟชั่นเสื้อผ้าคือสินค้ารองลงมา

ส่วน eMarketer บริษัททำวิจัยชั้นนำได้กล่าวว่า ก่อนหน้าสถานการณ์ COVID-19 มีการคาดการณ์ว่าการค้าปลีกทั่วโลกจะขยายตัว 4.4% เป็น 26.460 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2020 สำหรับช่องทางอีคอมเมิร์ซจะเติบโตถึง 18.4% และมียอดขาย 4.105 ล้านล้านดอลลาร์ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอเมริกาเหนือยังเป็นผู้นำยอดรวมในภูมิภาคสำหรับการค้าปลีกและการขายปลีกอีคอมเมิร์ซ โดยเอเชียแปซิฟิกจะมีสัดส่วน 42.3% ของยอดค้าปลีกทั่วโลก อเมริกาเหนือจะครอง 22.9% และยุโรปตะวันตกคิดเป็น 16.2% และสำหรับเจ้าตลาดอย่างจีนคิดเป็น 62.6% จากยอดขายของช่องทางดิจิทัลทั้งหมด

 

เรียกว่าการเติบโตของอีคอมเมิร์ซทั่วโลกไม่มีแผ่ว ถ้าคุณยังไม่ได้โฟกัสการเติบโตของธุรกิจโดยใช้ประโยชน์จากอีคอมเมิร์ซให้เต็มที่ ยังไม่ช้าที่จะเริ่มและไม่สายที่จะลอง แต่ถ้ายังลังเล ลองอ่านต่อ! 

 

ทำไมเราถึงต้องค้าขายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ?
การเข้าถึงของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในปัจจุบันนั้นช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน รวมถึงสะดวกรวดเร็วทำให้การค้นหาข้อมูล และการเลือกซื้อสินค้าทำได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้นประโยชน์ในมุมของผู้ทำการค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซนั้น คือไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านและไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขาย ทำให้ผู้ขายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซลดค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่และการจ้างพนักงานหน้าร้านลง รวมไปถึงร้านค้ายังสามารถเพิ่มโอกาสการขายได้มากขึ้น เพราะไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ที่ไหน ก็สามารถเข้าถึงร้านค้าได้จากทั่วทุกมุมโลก

 

และทุกวันนี้ การส่งของไปต่างประเทศยังทำได้ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้านลอจิสติกส์ ขายได้ทั่วโลก ก็ส่งของได้ทั่วโลก การขายผ่านอีคอมเมิร์ซเอื้อให้ผู้ขายปรับใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงดิจิทัลเพื่อพัฒนาการสื่อสารที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ตรงความสนใจ เพิ่มลูกเล่นการขายได้อย่างสร้างสรรค์ เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ในกลุ่มลูกค้าได้ทั่วโลก

 

ถ้าขายผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ต้องทำเว็บไซต์แบบไหนถึงจะดี?

หลายแบรนด์เลือกทำเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อให้ดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือ สำหรับมือใหม่ในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง มาดูกัน

  • หน้าตาเว็บไซต์รวมถึงการเข้าถึงผ่านแอปพลิเคชันทางมือถือ ต้องใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ปุ่มต่างๆ ต้องถูกมองเห็นได้ชัดและถูกแบ่งหมวดหมู่อย่างชัดเจน
  • ข้อมูลและรายละเอียดของสินค้า ต้องถูกระบุให้ครบถ้วนและถูกต้องชัดเจน รวมไปถึงรูปภาพและราคาที่ควรให้เลือกแสดงเป็นหน่วยเงินตราของประเทศที่ลูกค้าต้องการได้
  • แสดงรีวิวจากลูกค้าที่ซื้อไปแล้วเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม
  • “ส่งทั่วโลก” หรือ “Ship worldwide” คำนี้คือด่านแรกของการสร้างความประทับใจให้ผู้ซื้อที่อยู่ต่างประเทศ ถ้าคุณส่งของไปต่างประเทศได้ ต้องบอกให้ชัดในหน้าแรกให้ลูกค้าสบายใจและช้อปต่อ
  • สถานะสินค้าต้องถูกอัปเดตตลอดเวลา รวมถึงสถานะการจัดส่ง
  • มีขั้นตอนการสั่งซื้อและการจ่ายเงินที่ไม่ยุ่งยากและซับซ้อน รวมถึงมีความน่าเชื่อถือ
  • มีปุ่มเปลี่ยนภาษา อย่างน้อยต้องมีภาษาอังกฤษ หรือภาษาท้องถิ่นของลูกค้าที่กำลัง target หากมีแต่ภาษาไทยอย่างเดียว โอกาสที่ลูกค้าจะปิดเว็บไซต์คุณและไปซื้อจากเจ้าอื่นมีสูงมาก

 

 

กลยุทธ์การตลาดที่ดีสำหรับการทำธุรกิจผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ

  • Content Marketing คือสิ่งที่ผู้ขายไม่ควรมองข้าม ก่อนจะสร้างคอนเทนต์การตลาดที่มุ่งเน้นไปที่สินค้าและจับ Insight ของผู้ซื้อ คุณต้องรู้จักผู้ซื้อของคุณอย่างลึกซึ้ง ลองหาเวลาคุยกับลูกค้าของคุณบ่อยๆ หรือทำแบบสำรวจความคิดเห็นจากลูกค้า แล้วนำมาพัฒนาเป็นไอเดียสู่การสื่อสาร จะช่วยสร้างโอกาสในการขายและเพิ่มโอกาสให้เขากลายเป็นลูกค้าประจำของคุณได้
  • สร้างช่องทาง Social Media เพื่อทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ เนื่องจากปัจจุบันแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก อาทิ Facebook หรือ Instagram ที่ให้ผู้ขายสามารถอัปโหลดแคตตาล็อกทั้งหมดและโปรโมตเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสินค้าให้ผู้ใช้แต่ละรายเข้าถึงได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเมื่อมีสินค้าหรือโปรโมชั่นใหม่ๆ ก็ยังสามารถทำการแจ้งเตือนให้ลูกค้าได้รู้อย่างฉับไว
  • ช่องทางการสื่อสารระหว่างผู้ขายและลูกค้า ควรมีหลากหลายช่องทางนอกจากระบบแชทในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ แล้วร้านค้าควรมีช่องทางติดต่อผ่านแพลตฟอร์มที่ผู้คนนิยมใช้งาน อย่างเช่น Line Facebook Messenger หรือ Live Chat รวมไปถึงควรตั้งค่าการตอบคำถามอัตโนมัติ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านค้า Active อยู่ตลอดเวลา อย่าลืมเช็ก Time zone กันด้วยเพราะลูกค้าของคุณอาจจะเข้ามาสอบถามในช่วงที่คุณนอนหลับ! ลองสังเกตพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแล้วปรับช่วงเวลาให้บริการของ Customer Service เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อมูลที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ไม่ทำให้คอยนาน
  • อย่ามองข้ามเรื่องการส่งของไปต่างประเทศ ถึงแม้ทุกวันนี้มีผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศมากมาย แต่ต้องเลือกให้ดี หลายรายมีค่าบริการแอบแฝงและไม่ได้ให้บริการที่มีคุณภาพ เคล็ดลับที่เราแนะนำ คือเลือกผู้ให้บริการส่งของไปต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจของลูกค้าทั่วโลก เพราะหากคุณต้องการขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศ และอยากให้ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อซ้ำๆ ยิ่งต้องเลือกผู้ให้บริการขนส่งระหว่างประเทศที่ลูกค้าทั่วโลกรู้จักและไว้วางใจ เข้าใจกฎระเบียบการนำเข้าส่งออกไปยังประเทศปลายทาง และที่สำคัญต้องให้บริการครอบคลุมทั่วโลก ไม่หยุดให้บริการแม้ในช่วงเวลาไม่ปกติ ถ้าสามารถจัดการเรื่องการส่งของไปต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพก็เท่ากับว่าคุณจะมีเวลาไปโฟกัสเรื่องการขยายธุรกิจให้เติบโตได้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม!

 

การส่งของไปต่างประเทศให้ลูกค้าของคุณ มีอะไรบ้างที่ควรรู้

  • ผู้ขายต้องศึกษาระเบียบการนำเข้าสินค้าไปในประเทศปลายทางของลูกค้าให้ดี เพราะแต่ละประเทศมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน โดยควรศึกษาข้อมูลก่อนว่าของที่จะส่งไปต่างประเทศนั้น เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดหรือไม่ หรือต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมอะไรบ้าง
  • แพ็คสินค้าให้เรียบร้อย และแน่นหนา เพราะการส่งของไปต่างประเทศนั้นไม่เหมือนกับการส่งภายในประเทศ การส่งของไปต่างประเทศจะต้องผ่าน check point หลายจุด ตั้งแต่ประเทศต้นทาง ขึ้นสายพาน ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัย ลำเลียงสู่เครื่องบินขนส่งสินค้า เดินทางข้ามขอบฟ้าสู่ประเทศปลายทาง การแพ็คสินค้าให้เรียบร้อยและเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่แน่นหนาแข็งแรงตั้งแต่ต้นทางนั้นจะส่งผลให้พัสดุถึงมือลูกค้าอย่างปลอดภัยไม่เสียหาย
  • ตรวจสอบราคาการส่งของไปต่างประเทศกับผู้ให้บริการ เพื่อคำนวณต้นทุนการขนส่งของคุณเอง ราคาการส่งของไปต่างประเทศขึ้นอยู่กับขนาดโดยปริมาตรของสิ่งของนั้นๆ โดยคำนวณทั้งน้ำหนัก และความกว้าง ยาวและสูงของกล่อง รวมถึงประเทศปลายทางที่จัดส่งด้วย ส่วนมือใหม่ สามารถลองเช็กราคาส่งของไปต่างประเทศกับ DHL Express บนแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ที่นี่ https://iexpressbydhl.com/th/
  • ส่งข้ามประเทศอย่างรวดเร็วย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง การที่ลูกค้ากดสั่งซื้อสินค้าแสดงว่าลูกค้าต้องการของชิ้นนั้นตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว สำหรับอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ การเอาชนะใจลูกค้าไม่ได้มีแค่คุณภาพของสินค้าและการให้บริการหลังการขาย แต่การส่งของไปต่างประเทศให้ลูกค้าอย่างรวดเร็วกว่าใจคิดคือการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแบบที่สร้างได้ง่ายที่สุดถ้าเลือกผู้ให้บริการขนส่งที่เป็นมืออาชีพ

 

 

ด้วยเหตุผลข้างบน ตลาดอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศจึงเป็นขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ผู้ขายในไทยจับจ้อง และไม่จำเป็นต้องเป็นต้องมีสายป่านธุรกิจยาวเหยียด อีคอมเมิร์ซเอื้อให้ธุรกิจขนาดเล็กมีพื้นที่เติบโต ไม่ว่าจะเป็นการขายบน E-marketplace หรือว่าขายบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเอง ขอเพียงจับเทรนด์ความต้องการของผู้ซื้อให้ถูกทาง และว่องไว ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะ size ไหน ไม่สายที่จะลอง ไม่ช้าที่จะเริ่ม และมีโอกาสเติบโตไปกับเทรนด์อีคอมเมิร์ซได้ทั้งนั้น 

 

และหากคุณกำลังหาบริการส่งของไปต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของคุณ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของคุณได้รับสินค้าได้อย่างรวดเร็วและได้มาตรฐานปลอดภัย อย่าลืมวางแผนการส่งของไปต่างประเทศให้ดี แนะนำ iExpressByDHL ชิปปิ้งแพลตฟอร์มใหม่จาก DHL Express ที่จะช่วยให้ขั้นตอนการส่งของไปต่างประเทศของคุณง่ายแค่ปลายนิ้ว พร้อมบริการเข้ารับของถึงหน้าบ้านแบบ Door to Door service ฟรี! ครอบคลุมการส่งของไปต่างประเทศมากกว่า 220 ประเทศทั่วโลก ด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้าโดยเฉพาะ ไม่เคยหยุดบินแม้ในสถานการณ์โควิด! พร้อมดูแลเรื่องพิธีการทางศุลกากรที่เราสามารถเคลียร์ให้จบตั้งแต่เครื่องบินยังไม่ลงจอด

 

เช็กราคาค่าส่งของไปต่างประเทศเบื้องต้นจากบริการ iExpressByDHL ได้ที่ https://iexpressbydhl.com/th/

เช็คราคา คลิกเลย!