บล็อก

หารายได้เสริมใช่ไหม? ส่งออกไปต่างประเทศอาจจะเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

หารายได้เสริมใช่ไหม? ส่งออกไปต่างประเทศอาจจะเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหา

อัพเดทล่าสุด:

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำที่หาอาชีพเสริม หรือผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ที่อยากหาลูกค้ามากกว่าการได้ลูกค้าที่อยู่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว การส่งของไปต่างประเทศคือคำตอบ! เพราะการซื้อของออนไลน์สมัยนี้ง่ายเพียงปลายนิ้ว เพียงแค่ เสิร์ช กดลงตะกร้า จ่ายเงิน เป็นอันเสร็จ! ในเชิงผู้ขาย การส่งออกก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงลองศึกษาว่าควรขายใน E-Marketplace ไหน ควรขายสินค้าประเภทใด และส่งของยังไงให้น่าสนใจและน่าเชื่อถือ รวดเร็ว ฉับไว ได้มาตรฐาน 

สำหรับการส่งของไปต่างประเทศนั้น ก็มีบริการที่ผู้ประกอบการสามารถทำรายการได้ด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ของ iExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์จาก DHL Express ซึ่งนับเป็นตัวเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจส่งของไปต่างประเทศได้อย่างง่ายดายและเป็นระบบ ทั้งยังสะดวกรวดเร็วและน่าเชื่อถืออีกด้วย

ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ในการเริ่มต้นหารายได้เสริมด้วยการขายของส่งไปต่างประเทศ มีอะไรต้องเรียนรู้บ้าง มาศึกษาง่ายๆ ไปพร้อมกัน

 

 

รู้จัก E-Marketplace เจ้าดัง ช่องทางในการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ

เพราะ E-commerce กำลังเป็นเทรนด์ร้อนมาแรงทั่วโลก E-Marketplace ก็เป็นตลาดออนไลน์ที่มีของพร้อมสรรพให้ผู้ซื้อเข้าไปเลือกเฟ้นของที่ถูกใจเช่นเดียวกัน จะอยู่ที่ไหน อยากช้อปของประเทศไหน จัดไปได้หมด หากยังลังเลว่าจะขายดีหรือไม่ดี เรามีสถิตินี้มาบอก รู้หรือไม่!ปี 2019 ยอดขายจากอีคอมเมิร์ซนั้นมากกว่า 50% มาจากออนไลน์มาร์เก็ตเพลส ซึ่งเป็นเม็ดเงินกว่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 53,000 ล้านบาทไทย! ยอดเงินเยอะขนาดนี้ ไม่อดใจขายอย่างไรไหว ว่าแต่จะขายที่ไหน? มาดูความต่างของแต่ละเจ้ากันหน่อยดีกว่า

 

eBay

Ebay.com เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้คนทั่วโลกเข้ามาเพื่อซื้อหรือขายสินค้า ซึ่งเมื่อก่อนรูปแบบการขายจะมี 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 

  1. การขายทั้งแบบปกติในราคาตายตัว (fixed price)
  2. การขายแบบประมูลราคา (bid) ซึ่งผู้ที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้ที่ได้ไป

แต่ทุกวันนี้ สินค้าที่ขายใน eBay มักจะเป็นการขายแบบราคาตายตัว โดยข้อมูลจาก eBay ระบุว่า ในปี 2017 สินค้ากว่า 88% ที่วางขายบนเว็บไซต์เป็นรูปแบบการขายแบบราคาตายตัวแทบทั้งสิ้น

eBay เป็นเว็บขายของตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ปัจจุบัน eBay มีผู้ซื้อที่แอกทีฟมากกว่า 168 ล้านคนทั่วโลก ที่เข้ามาซื้อหาสินค้ามือสองหรือสินค้าจากผู้ผลิต ไปจนถึงสินค้าที่ผลิตโดยเจ้าของแบรนด์ ว่ากันว่าของที่วางขายใน eBay มีโอกาสเตะตาคนซื้อมากกว่าขายเองในเว็บไซต์เสียอีก อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ผู้ขายจะสามารถนำสินค้าตั้งแต่สากเบือยันเรือรบไปขายที่ e-marketplace นี้ได้ สิ่งที่ผู้ขายต้องคำนึงคือ สินค้าที่วางขายต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้าม เช่น สินค้าปลอม ละเมิดลิขสิทธิ์ อาวุธหรือยาเสพติด เป็นต้น 
 

การที่ eBay มีระบบให้ดาวที่ลูกค้าสามารถลงคะแนนให้ร้านค้าได้ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้าได้เป็นอย่างมาก สำหรับการชำระเงินสินค้าสามารถชำระผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือโอนข้ามประเทศได้ทันทีผ่านบัญชี PayPal ระบบจ่ายเงินออนไลน์ที่ผู้ซื้อและผู้ขายต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีและเป็นระบบที่เชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูง

 

Amazon

แน่นอนว่า หนึ่งในชื่อของ E-Marketplace แรกๆ ที่เราจะนึกถึงต้องมี Amazon เพราะนี่คือมาร์เก็ตเพลสสำหรับอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลกหากเทียบในเรื่องของรายได้ Amazon เป็นเว็บขายของที่ขายเกือบทุกหมวดหมู่สินค้าและแบ่งออกเป็นหลายหมวดจนเรียกได้ว่าแทบจะมีทุกอย่างวางขายที่นี่ และ Amazon ยังมีเว็บสำหรับให้บริการลูกค้าอยู่หลายประเทศ เช่น แคนาดา อังกฤษ จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส (ประเทศอื่นนอกเหนือจากนี้สามารถสั่งสินค้าผ่านเว็บหลักได้)

ที่ Amazon รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต เดบิต หรือชำระผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลอย่าง Amazon Pay นอกจากการมีระบบให้คะแนนรีวิวเหมือนแพลตฟอร์มอื่นเช่นกัน

 

การขายบน Amazon คือโอกาสเข้าถึงคนนับล้านอย่างแท้จริง แค่ใน Amazon ของสหรัฐอเมริกาอย่างเดียว ก็มีคนเข้าไปซื้อของมากกว่า 200 ล้านคนต่อเดือน คิดเป็นจำนวน Amazon Prime subscribers มากกว่า 110 ล้านคน ซึ่ง 20% ของจำนวนนี้เข้ามาช้อปใน Amazon หลายครั้งต่ออาทิตย์ด้วย! 

จากการที่มีผู้ซื้อเข้าไปใช้บริการอย่างมหาศาล จึงทำให้เกือบครึ่งของสินค้าอเมริกาทั้งหมดถูกเสิร์ชหาใน Amazon เป็นอันดับแรก แซงการเสิร์ชหาสินค้าใน Google เสียอีก!!

อีกหนึ่งข้อดีของการขายของใน Amazon คือบริการ Fulfilment By Amazon ที่จะช่วยให้ผู้ขายสามารถจัดการสต็อคสินค้าและการจัดส่งได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

 

Etsy

พูดถึง Etsy งานคราฟต์ งานแฮนด์เมด งานประดิดประดอยก็ต้องมา เพราะ Etsy.com เป็นเว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ต่างกับ eBay และ Amazon เพราะทั้งสองแพลตฟอร์มแรกค่อนข้างมีการแข่งขันสูงในแง่ของความหลากหลายของสินค้ารวมถึงราคา แต่ Etsy โดดเด่นตรงที่เป็นศูนย์รวมสินค้าแฮนด์เมด งานประดิษฐ์ งานคราฟต์หรือวินเทจ นอกจากนี้ Etsy จะมีความเป็น Community มากกว่าทั้งสองแพลตฟอร์ม และค่าธรรมเนียมเปิดร้านค่อนข้างถูกกว่า จะบอกว่า Etsy เป็นแพลตฟอร์มที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สูง ไม่ได้คิดจะแข่งกับเจ้าใหญ่ก็ได้

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ COVID-19 ระบาดไปทั่วโลก ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตจากงานอดิเรกก็เติบโตขึ้นอย่างมาก ลักษณะของลูกค้าที่มาซื้อของใน Etsy นั้นมักจะเป็นคนชอบความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร ดังนั้น ถ้าคุณอยากมีรายได้เสริมจากสิ่งที่ทำในเวลาว่าง ก็สามารถผลิตสินค้าที่เป็นงาน Personalize หรือแบบที่มีชิ้นเดียวในโลก แล้วเอาไปขายที่ Etsy ได้

ข้อดีอีกหนึ่งอย่างของ Etsy ก็คือ มีเครื่องมือช่วยทำการตลาด ยิงโฆษณา สร้างแคมเปญและช่วยผู้ขายในเรื่องของ SEO เพื่อให้การแสดงผลของสินค้าของคุณเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นด้วย

 

Alibaba/ Tmall Global

พูดถึงอีคอมเมิร์ซประเทศจีน คงไม่มีใครไม่รู้จัก Alibaba.com ที่แจ๊ก หม่า ผู้โด่งดังเป็นผู้ก่อตั้ง จากอีคอมเมิร์ซเล็กๆ กลายเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในจีนที่เน้นขายของแบบ B2B หรือซื้อขายของจากประเทศจีนจำนวนมากๆ หรือขายส่ง แต่ก็เปิดโอกาสให้คนต่างชาติเปิดเพจไว้สำหรับค้าขายได้ แต่ถ้าอยากขายปลีกก็ทำได้เหมือนกัน เพราะ Alibaba มีแพลตฟอร์มสำหรับ B2C โดยเฉพาะชื่อ Tmall Global ซึ่งมีสำหรับการซื้อขายในสเกลย่อยลงมา แต่ราคาที่ขายอาจไม่สูงนัก เพราะต้องแข่งกับผู้ขายชาวจีนด้วยกัน

 

ใครที่สนใจเปิดตลาดกับลูกค้าชาวจีน แนะนำให้ลองขายที่ Tmall Global เพราะเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนและมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 25% นอกจากนี้ Tmall Global มักจะรวบรวมแบรนด์จากต่างชาติที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านในประเทศจีนหรือไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตทำธุรกิจในประเทศจีนแต่อย่างใด

 

Pinkoi

ชื่ออาจดูไม่คุ้น แต่มาแรงแซงทางโค้ง สำหรับ Pinkoi อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มน้องใหม่มาแรง เป็นเว็บไซต์ซื้อขายงานดีไซน์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย นอกจากไทยแล้ว Pinkoi ยังขยายตลาดใน 5 ประเทศหลักของเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเก๊า จีน และญี่ปุ่น เป็นชุมชนดีไซน์เนอร์ที่มีคุณภาพ มีดีไซน์เนอร์กว่า 18,000 คน ซึ่งตอนนี้มีแบรนด์ไทยกว่า 1,000แบรนด์ที่เข้าร่วมกับ Pinkoi เรียบร้อยแล้ว

ปัจจุบัน มีสมาชิกทั้งหมด 3,500,000 คนจากทั่วโลก และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินค้าถูกจำหน่ายมากกว่า 9,500,000 ชิ้น รวมไปถึงเป็นชุมชนของคนสนับสนุนและซื้องานดีไซน์ที่เอ็นจอยกับไลฟ์สไตล์ของชีวิต

 

ข้อดีของการเปิดสตูดิโอบน Pinkoi คือ คุณสามารถโปรโมทแบรนด์ของคุณเองผ่านสื่อออนไลน์ เว็บไซต์และ Social media ต่างๆ ของ Pinkoi ได้ และจากการที่ขายสินค้าไปยังตลาดอื่นๆ ในเอเชีย ทำให้เพิ่มโอกาสทางการขายได้มากกว่าขายแค่ในประเทศไทย เพราะช่วง peak season ในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน เช่น Summer ของลูกค้าในไทยจะพีคในช่วงเดือนเมษายน ในขณะที่ Summer ของลูกค้าไต้หวันจะพีคในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้มีโอกาสขายของได้มากกว่าช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง นอกจากนี้ Pinkoi ยังรองรับการชำระเงินจากทุกประเทศด้วย เช่น ผู้ซื้อที่อยู่ไต้หวันสามารถชำระค่าสินค้าผ่าน 7-Eleven ที่ไต้หวันได้ ทำให้เพิ่มโอกาสการซื้อขายมากขึ้นกว่าเดิม

 

ข้อดีของการขายของบน E-Marketplace คือลงทุนน้อย เพราะคุณไม่ต้องเปิดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของตัวเอง แต่ก็สามารถพาสินค้าของคุณเข้าถึงลูกค้าได้หลายล้านคนทั่วโลก! กอบโกยข้อดีของแต่ละแพลตฟอร์มให้เต็มที่ ทั้งระบบแอดมิน ระบบค้นหา หรือระบบการจ่ายเงินที่แต่ละที่มีมาอย่างเพียบพร้อมเสร็จสรรพ แล้วใช้เวลาไปลุยเรื่องการทำธุรกิจให้เติบโตได้อย่างเต็มที่กัน

 

หัวใจสำคัญของการซื้อขายออนไลน์ข้ามโลก

เปิดร้านค้าออนไลน์ใน E-Marketplace นั้นง่าย แต่ขายให้ทำเงินได้ยังไงนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายผู้ขายพอสมควร อ่านมาถึงตรงนี้อย่าได้หวั่น! เพราะเรามีโซลูชั่นที่จะทำให้คุณได้รู้ว่าหัวใจสำคัญของการขายออนไลน์ข้ามโลกคืออะไร ไม่ต้องไปลงทุนเรียน ไม่ต้องไปเข้าคอร์ส มาอ่านบทความนี้ ได้รู้ครบ จบ ที่เดียว! มีอะไรมาดูกันเลย!!

  • ผู้ซื้อควรศึกษาวิธีขายในแต่ละช่องทางและความแตกต่างของแต่ละ E-Marketplace อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น แล้วลองดูว่าสินค้าเราเหมาะสำหรับขายที่ไหน มีจุดเด่นหรือจุดขายอย่างไรบ้าง
  • ศึกษาว่าสินค้าที่เราจะขายมีความต้องการมากแค่ไหน การวิเคราะห์ตลาด กำลังซื้อ และคู่แข่งที่ขายสินค้าประเภทเดียวกับเรา เป็นเรื่องที่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง เป็นเรื่องจริงเสมอ
  • หาจุดแข็งของสินค้าตัวเอง และกำหนดความเหมาะสมของราคาที่จะทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อได้และไม่ทำให้ตัวเองขาดทุน อย่าลืมว่าการกำหนดราคาสำคัญมาก เพราะแพงไป ลูกค้าก็ไม่ซื้อ ถูกไป ก็จะกลายเป็นสงครามตัดราคา และเราอาจเจ็บตัวได้
  • Keyword ของสินค้า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะหากตั้ง keyword ไว้ไม่ดี ผู้ซื้อจะไม่เจอสินค้าของเราได้
  • ควรใส่ใจกับรูปสินค้ารวมถึงคำอธิบายของสินค้า ใส่คำอธิบายให้ละเอียด และใส่รูปที่ดึงดูดและแตกต่างจากคู่แข่ง
  • การซื้อขายออนไลน์นั้นมีความเสี่ยงเนื่องจากไม่เห็นสินค้า ดังนั้นการทำให้ลูกค้าเชื่อใจในร้านจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นตั้งใจตอบคำถามลูกค้า การทำตัวให้มีความน่าเชื่อถือ การทำให้ลูกค้าพึงพอใจจนต้องกลับมารีวิว ซึ่งวิธีการส่งของ วิธีการแพ็กของ และการเลือก iExpressByDHL เป็นช่องทางการส่งออกของไปต่างประเทศ ก็เป็นตัวช่วยทำให้ร้านของเรามีความน่าเชื่อถือ และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าจนกลับมารีวิวร้านของเราได้เช่นกัน

 

 

ส่งของข้ามประเทศเป็นเรื่องง่ายๆ ด้วย iExpressByDHL

เรื่องการส่งของไปต่างประเทศก็เหมือนกัน! โปรดวางใจและปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ iExpressByDHL.com ให้จัดการเรื่องลอจิสติกส์แทนคุณ คุณสามารถเชื่อใจในคุณภาพระดับโลก เพราะแพลตฟอร์มการขนส่งระหว่างประเทศนี้ถูกออกแบบโดย DHL Express ที่พร้อมมอบประสบการณ์ที่จะช่วยให้ทุกขั้นตอนการขนส่งของคุณสะดวกง่ายดายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และนี่คือ 5 ข้อดีของ iExpressByDHL พร้อมเหตุผลว่าทำไมต้องไว้ใจให้เราส่งของไปต่างประเทศให้คุณเท่านั้น!

 

ข้อดีของ iExpressByDHL แพลตฟอร์มการส่งของไปต่างประเทศจาก DHL Express

1. เครือข่ายการขนส่งที่ครอบคลุมทั่วโลก iExpressByDHL เป็นแพลตฟอร์มการส่งของไปต่างประเทศด้วยตัวเองจาก DHL Express จึงทำให้เราบริการขนส่งระหว่างประเทศด้วยเครื่องบินขนส่งสินค้าของตัวเอง มีเส้นทางการส่งของที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วโลกด้วยเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมมากกว่า 500 สนามบินทั่วโลก ขนส่งได้มากกว่า 2,500 เที่ยวบินต่อวัน และมากกว่า 4,500 เส้นทางทางถนน ดังนั้นไม่ว่าสถานการณ์ไหนที่สายการบินจะปิด เครื่องบินจะบินไม่ได้ ก็ไม่มีผลกระทบกับ iExpressByDHL เพราะเราสามารถบินไปส่งของต่างประเทศให้คุณได้ถึงปลายทาง รวดเร็ว ฉับไว ผู้ขายจึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถส่งของไปต่างประเทศถึงมือผู้ซื้อได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยอย่างแน่นอน

 

2. ประสบการณ์อันยาวนานและเชี่ยวชาญด้านการบริการทางภาษีและศุลกากร ด้วยประสบการณ์ของ DHL Express ที่มีมากว่า 50 ปี ทำให้เราพร้อมจัดส่งพัสดุและเอกสารให้คุณได้ทุกที่ ด้วยทีมเจ้าหน้าที่ให้บริการในทุกกระบวนการด้านพิธีการศุลกากรและพร้อมให้ความช่วยเหลือคุณในทุกด้าน เพื่อสนับสนุนธุรกิจของคุณให้ก้าวไกลไปยิ่งขึ้น มีรายได้มากยิ่งขึ้น และมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

3. บริการส่งแบบเร่งด่วนที่ช่วยเพิ่มยอดขาย การเลือกส่งของไปต่างประเทศแบบเร่งด่วนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ iExpressByDHL จะเป็นการเปิดร้านของคุณสู่ตลาดโลกด้วยความเร็ว เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการความเร็วจนเป็นเรื่องปกติ ยิ่งเราส่งเร็วได้เท่าไหร่ ยิ่งปิดยอดขายและสร้างยอดขายได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะยุคนี้ต้องเร็ว! นั่นคือหัวใจสำคัญที่สุดของการส่งออก!

 

4. On Demand Delivery ให้ผู้รับสามารถเปลี่ยนรูปแบบการส่งของได้ตามความสะดวก เหมาะกับคนที่ทำ E-Commerce เป็นอย่างยิ่ง เริ่มจากการส่งของไปต่างประเทศง่ายๆ ผ่าน iExpressByDHL.com จากนั้นในระหว่างที่ของกำลังเดินทางข้ามประเทศไปยังปลายทาง ผู้รับจะสามารถปรับโหมดการรับของได้หลายรูปแบบ เช่น เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนวันรับ ฝากไปส่งที่ locker แทน และอื่นๆ อีกมาก แทนที่ผู้ซื้อจะต้องมาติดต่อกับผู้ขายโดยตรงเรื่องเงื่อนไขการส่งเหล่านี้ ผู้ซื้อก็สามารถเลือกตัวเลือกที่สะดวกกับตัวเองได้เลย โดยไม่ต้องผ่านผู้ขายให้มีขั้นตอนยุ่งยากเพิ่มเติม


ที่สำคัญที่สุด บริการนี้เป็นบริการฟรีจาก DHL Express ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้ซื้อและสามารถเปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ซื้อ" ให้เป็น "ลูกค้าประจำ" ได้ง่ายขึ้น


ในส่วนของบริการนี้สามารถอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/3kw2jsC
 

5. อุ่นใจด้วย Customer Service ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง DHL Express มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมคอยดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง คุยกับเสียงจริง ตัวจริง ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติ ติดต่อสอบถาม ทั้งการติดตามสถานะพัสดุและเอกสาร หรือคำถามทั่วไป ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-345-5000 หรือคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านช่องทางออนไลน์ (Live Chat) ได้ในวันจันทร์-ศุกร์08.00-17.00น.

 

โดยสรุปแล้ว ตอนนี้การขายของออนไลน์ข้ามโลกเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงเป็นอย่างมาก หากตั้งใจศึกษาและมองหาผู้ช่วยในการส่งของไปต่างประเทศดีๆ อย่าง iExpressByDHL ก็จะทำให้การส่งของของคุณปลอดภัยหายห่วงและของถึงที่หมายปลายทางได้รวดเร็วทันใจ ดังนั้นอย่ารอช้า! เช็กราคาเบื้องต้นได้ที่ https://iexpressbydhl.com/th/ หรือจะแชตเพื่อคุยกับเจ้าหน้าทีของเราที่พร้อมให้บริการด้วยใจก็จัดไปอย่าให้เสีย!

 

ติดตามบทความดีๆ ที่ iExpressByDHL ตั้งใจเขียนมาเพื่อคุณที่สนใจการส่งออกโดยเฉพาะ เนื้อหาจัดหนัก สาระจัดเต็ม อัปเดตอย่างต่อเนื่อง เข้ามาอ่านได้เลยที่นี่ https://iexpressbydhl.com/th/blog

 

เช็คราคา คลิกเลย!