บล็อก

ส่งของไปต่างประเทศให้ปลอดภัย ด้วยเทคนิคการแพ็คอย่างมืออาชีพ

ส่งของไปต่างประเทศให้ปลอดภัย ด้วยเทคนิคการแพ็คอย่างมืออาชีพ

อัพเดทล่าสุด:

เคยไหม? เวลาส่งของไปต่างประเทศแล้วต้องมานั่งกระวนกระวายใจเพราะกลัวของข้างในจะเสียหายระหว่างขนส่ง กลัวลูกค้าจะไม่ออร์เดอร์ซ้ำ แถมเสียชื่อแบรนด์ที่อุตส่าห์สร้างมา ถ้าคุณเป็น SME ที่กำลังขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซในตลาดต่างประเทศ นอกจากจะต้องเลือกลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ที่ไว้วางใจได้ และมีมาตรฐานการขนส่งที่ปลอดภัยแล้ว ในฐานะเจ้าของสินค้าหรือผู้ส่งก็ต้องให้ความสำคัญกับการแพ็คสินค้าหรือพัสดุที่ต้องการจะส่งด้วย เพราะการจะส่งของไปต่างประเทศให้ปลอดภัย ไร้กังวล ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากการแพ็คสินค้าลงกล่องให้ถูกวิธีนั่นเอง

 

ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณเป็นเจ้าของร้านขายเครื่องเบญจรงค์ที่มีลวดลายหรูวิจิตรถูกใจลูกค้าต่างชาติ และวันหนึ่ง สินค้าของคุณเกิดไปเตะตาลูกค้ารายใหม่ เขากดซื้อทันทีและให้คุณจัดส่งไปที่ต่างประเทศ แน่นอนว่าคุณต้องการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ของคุณด้วยการส่งของไปต่างประเทศอย่างรวดเร็วและปลอดภัย เพราะถ้าเขาได้รับประสบการณ์ที่ดีในครั้งแรก เขาอาจมีแนวโน้มกลับมาซื้อซ้ำและเป็นลูกค้าประจำที่ช่วยบอกต่อไปยังเพื่อน ๆ ที่ชอบเครื่องเบญจรงค์เหมือนกันก็ได้ การส่งของไปต่างประเทศจึงมีผลต่อชื่อเสียงของแบรนด์หรือธุรกิจของคุณด้วย

 

การแพ็คของลงกล่องเพื่อเตรียมส่งของไปต่างประเทศ เป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งซึ่งต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น ๆ เปรียบเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรก ถ้าติดผิดตั้งแต่แรก เม็ดต่อไปก็ไม่มีทางถูก การแพ็คอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับพัสดุของคุณ คราวนี้จะส่งของไปต่างประเทศไม่ว่าจะที่ไหนบนโลกนี้ ก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป!

 

เบื้องหลังการเดินทางข้ามประเทศของพัสดุหนึ่งชิ้น

ก่อนจะไปเรียนรู้การแพ็คอย่างมืออาชีพ มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การส่งของไปต่างประเทศสักชิ้นหนึ่งนั้น ต้องผ่านขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานระดับโลกอย่างไรบ้าง สรุปเป็นขั้นตอนสั้น ๆ ของ DHL Express ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ

 

  1. เริ่มจากที่ผู้ส่งต้องมีพัสดุพร้อมส่งไปต่างประเทศ
  2. ผู้ส่งทำรายการส่งของไปต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ iExpressByDHL.com เพื่อนัดให้เจ้าหน้าที่คูเรียร์มารับพัสดุที่บ้าน
  3. เจ้าหน้าที่คูเรียร์ขออนุญาตเปิดตรวจเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของพัสดุเบื้องต้น ตรวจสอบเอกสารที่จำเป็น
  4. เจ้าหน้าที่คูเรียร์แสกนข้อมูลเข้าระบบ ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะพัสดุได้อย่างเรียลไทม์ด้วยการนำเลขเวย์บิล 10 หลักไปเช็คในเว็บไซต์
  5. เจ้าหน้าที่คูเรียร์นำพัสดุกลับไปที่ศูนย์บริการเพื่อชั่งน้ำหนักและวัดขนาดอีกครั้งโดยเครื่องชั่งสามมิติ ลำเลียงขึ้นสายพานและเข้าเครื่องเอ๊กซ์เรย์
  6. ส่งต่อไปยังฮับกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเป็นจุดสำคัญในการเดินพิธีการศุลกากร ลำเลียงขึ้นสายพาน ผ่านเครื่องเอ๊กซ์เรย์และคัดแยก
  7. ลำเลียงขึ้นเครื่องบินขนส่งและออกเดินทางในคืนเดียวกัน
  8. พัสดุส่งไปยังฮับประจำภูมิภาค และส่งต่อไปยังฮับของประเทศปลายทาง
  9. ผ่านพิธีศุลกากรของประเทศปลายทางเพื่อนำเข้า คัดแยกเพื่อเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์บริการในพื้นที่
  10. เจ้าหน้าที่คูเรียร์คัดแยก ณ ศูนย์บริการและนำส่งไปยังผู้รับปลายทางภายในเวลาที่กำหนด

 

นี่เป็นแค่การสรุปขั้นตอนการส่งของไปต่างประเทศคร่าว ๆ เท่านั้น สำหรับ DHL Express แล้ว ทุกขั้นตอนในการส่งของไปต่างประเทศของเรามีกล้องวงจรปิดในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าพัสดุที่กำลังส่งไปต่างประเทศนั้นปลอดภัยและเป็นไปตามข้อบังคับระหว่างประเทศ ซึ่งที่ศูนย์บริการและฮับของ DHL Express ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัย TAPA Class A Certification ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด รับรองโดยองค์กรอิสระระดับมืออาชีพ

 

ข้อมูลของพัสดุและเอกสารศุลกากรทั้งหมดจะถูกบันทึกและส่งผ่านไปยังเครือข่ายของ DHL Express และส่งไปยังประเทศปลายทางเพื่อเดินพิธีการศุลกากรก่อนพัสดุของคุณจะเดินทางไปถึง การส่งของไปต่างประเทศกับ DHL Express จึงสามารถเดินพิธีการศุลกากรได้ล่วงหน้าตั้งแต่เครื่องยังไม่ลงจอด ทำให้สามารถจัดส่งพัสดุไปยังผู้รับปลายทางได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย

 

กว่าพัสดุหนึ่งชิ้นจะเดินทางข้ามประเทศไปยังผู้รับปลายทางได้ ต้องผ่าน check point ที่สำคัญหลายจุด ดังนั้น การแพ็คพัสดุให้แน่นหนาจึงเป็นการสร้างความปลอดภัยขั้นต้นให้กับพัสดุชิ้นสำคัญของคุณ ผนวกกับการดูแลพัสดุทุกชิ้นเป็นอย่างดีทั้งจากเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมในฐานะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ และระบบปฏิบัติการ เครื่องไม้เครื่องมือ สถานที่ให้บริการที่ได้มาตรฐานโลก ก็จะช่วยการันตีได้ว่าการส่งของไปต่างประเทศจะเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
 

เผยหมดเปลือก เทคนิคการแพ็คอย่างมืออาชีพ สำหรับการส่งของไปต่างประเทศ

การส่งของไปต่างประเทศให้ปลอดภัยต้องมีจุดเริ่มต้นจากการแพ็คที่ถูกวิธี โดยต้องคำนึงถึงหลัก 5 ข้อคือ ประเมินพัสดุเลือกบรรจุภัณฑ์ ใช้อุปกรณ์เสริม แพ็คอย่างมีเทคนิค และซีลให้แน่นพร้อมแปะป้ายเตือน นอกจากจะทำให้พัสดุเดินทางไปประเทศปลายทางได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

 

 

ประเมินพัสดุ

ก่อนส่งของไปต่างประเทศ คุณต้องรู้จักของสิ่งนั้นให้ดีก่อนว่ามันคืออะไร มีความเปราะบางตรงไหน หรือต้องปกป้องที่จุดไหนเป็นพิเศษ เพื่อให้คุณเลือกเกราะป้องกันที่ดีที่สุดให้ของสำคัญของคุณ โดยสิ่งที่นำมาพิจารณาได้แก่

  1. น้ำหนัก กล่องที่ใส่พัสดุต้องมีความแข็งแรงมากพอและเหมาะสมกับน้ำหนักของพัสดุ กล่องของดีเอชแอล จะระบุข้างกล่องว่าน้ำหนักพัสดุที่นำมาใส่ควรเป็นกี่กิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการรับน้ำหนักของกล่อง
  2. ขนาดและรูปร่าง ของที่จะส่งนั้นไม่ควรยื่นหรือนูนออกมาเกินขอบกล่องของที่มีรูปร่างไม่ปกติ เช่น ถ้วยรางวัล หรือมีลักษณะกลม เช่น ถ้วยเบญจรงค์ ต้องแพ็คอย่างดี
  3. รูปแบบของของที่จะส่ง บางครั้ง ของที่ส่งไปต่างประเทศอยู่ในรูปแบบของเหลวที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ หรือมีลักษณะเป็นผงที่อยู่ในซอง เหล่านี้ต้องได้รับการแพ็คอย่างถูกวิธีเช่นกัน เพื่อป้องกันความเสียหายในขณะขนส่ง
  4. มูลค่า หากของที่ส่งมีมูลค่าสูง ยิ่งต้องป้องกันเป็นพิเศษ หรือผู้ส่งสามารถซื้อประกันการขนส่งเพิ่มเติมเพื่อความสบายใจ
  5. ความเปราะบาง แพ็คให้หนาแน่นมากกว่าปกติ รวมถึงติดป้ายสัญลักษณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขนส่งทราบว่าของชิ้นนี้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

เลือกบรรจุภัณฑ์

รู้จักของที่จะส่งอย่างถี่ถ้วนแล้ว พร้อมจะส่งของไปต่างประเทศหรือยัง บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นกล่องหรือซองต้องเลือกอย่างเหมาะสม เพื่อมีส่วนป้องกันความเสียหายระหว่างการขนส่งได้ DHL Express มีบรรจุภัณฑ์หลากหลายที่ผ่านการทดสอบในสภาวะจริงว่าเหมาะกับการบรรจุส่งของไปต่างประเทศ แต่ถ้าลูกค้าประสงค์จะใช้บรรจุภัณฑ์ของตนเอง ต้องมั่นใจว่ามีความแข็งแรง ทนทานและเหมาะสม

การส่งของไปต่างประเทศนั้น หากเป็นพัสดุ กล่องที่ใช้บรรจุควรทำจากกระดาษลูกฟูกคุณภาพสูง ถ้าพัสดุมีความเปราะบางหรือมีน้ำหนักมาก ควรใช้กล่องลูกฟูกหนาสองชั้นหรือสามชั้น เช่น หากพัสดุหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม สามารถใช้กล่องลูกฟูกหนาหนึ่งชั้นได้ แต่ถ้ามีน้ำหนักระหว่าง 10-15 กิโลกรัม ควรใช้กล่องลูกฟูกหนาสองชั้น ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กล่องที่ผ่านการใช้แล้วหลายครั้ง เพราะกล่องจะเสียความแข็งแรงไป

ข้อควรระวังในการส่งของไปต่างประเทศโดยใช้กล่องที่มีขนาดไม่สมดุลกับพัสดุ คือ หากพัสดุขนาดเล็กกว่ากล่องที่ใส่มาก และไม่มีการเติมพื้นที่ในกล่องให้เต็ม เมื่อวางกล่องซ้อนกันแล้ว กล่องอาจบุบลงและทำให้พัสดุภายในเสียหายได้ ตรงกันข้าม หากผู้ส่งฝืนนำพัสดุขนาดใหญ่ลงไปในกล่องที่มีขนาดเล็กกว่า จะทำให้กล่องมีลักษณะนูน ถึงแม้จะซีลปิดด้วยเทป แต่ด้วยการเดินทางของพัสดุข้ามประเทศที่ต้องขึ้นลงสายพานเป็นว่าเล่น อาจทำให้กล่องเสียหายและไม่สามารถป้องกันพัสดุที่อยู่ภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมด้วยเพราะขนาดกล่องขยายขึ้นมากกว่าขนาดกล่องปกติ

 

ใช้อุปกรณ์เสริม

ถึงแม้ว่ากล่องที่เลือกใช้จะมีสภาพแน่นหนาและเหมาะสมในการส่งของไปต่างประเทศแล้ว การป้องกันภายในกล่องก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง อุปกรณ์เสริมจำพวกบับเบิ้ลกันกระแทก แอร์บับเบิ้ลกันกระแทก กระดาษลัง โฟมอัดเม็ด ก็มักนำใช้เป็นวัสดุเสริมความปลอดภัยทำให้การส่งของไปต่างประเทศนั้นราบรื่นและไร้ความเสียหายระหว่างการขนส่ง

 

แพ็คอย่างมีเทคนิค

หลังจากที่ได้ประเมินพัสดุ เลือกบรรจุภัณฑ์และอุปกรณ์เสริมแล้ว มาดูกันว่ามีเทคนิคการแพ็คอย่างไรบ้างที่จะทำให้การส่งของไปต่างประเทศสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ปลอดภัยหายห่วงมากที่สุด

  1. ห้ามมีที่ว่างในกล่อง อย่าปล่อยให้มีที่ว่างในกล่องเป็นอันขาด เพราะของจะเคลื่อนไปมาในระหว่างขนส่ง และทำให้ทั้งของทั้งกล่องเสียหายไปด้วย ให้ใส่โฟมหรือวัสดุกันกระแทกรองพื้นก่อน และใส่รอบ ๆ พัสดุ ข้อควรระวังอีกอย่างคือ เวลาเลือกวัสดุกันกระแทกนั้น ต้องดูด้วยว่าเหมาะสมจะนำมารับน้ำหนักของพัสดุหรือไม่ เพราะวัสดุบางชนิด เมื่อเจอกับของน้ำหนักมาก จะแบนหรือจม และทำให้ภายในกล่องมีที่ว่างเกิดขึ้น
  2. เว้นระยะ 6 เซนติเมตร ต้องวางของที่จะส่งไปต่างประเทศบริเวณกึ่งกลางของกล่องเสมอโดยให้อยู่ห่างจากแต่ละด้านของกล่องหรือมุมเป็นระยะ 6 ซม.
  3. ห่อทีละชิ้นและใช้ช่องแบ่ง ถ้าส่งของไปต่างประเทศจำนวนหลายชิ้นในกล่องเดียว ควรห่อแยกทีละชิ้นและใช้ช่องแบ่งเพื่อลดการสัมผัสหรือเสียดสีกัน โดยเฉพาะเวลาเคลื่อนย้ายหรือเรียงกล่องซ้อนกัน ถ้าเป็นของชิ้นเล็ก ๆ ควรใส่ถุงอีกชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ของกระจายออกไประหว่างขนส่ง

 

ตัวอย่าง การส่งของไปต่างประเทศที่เป็นชิ้นส่วนเครื่องยนต์ขนาดเล็กประมาณ 10 กิโลกรัม แนะนำวิธีแพ็คดังนี้

  • ใช้กล่องลูกฟูกหนาสองชั้น หรือใช้แบบหนาชั้นเดียวก็ได้แต่ต้องตรวจสอบว่ากล่องนั้นมีความแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนัก 10 กิโลกรัมได้
  • ควรระวังเรื่องความชื้น ดังนั้น ควรนำชิ้นส่วนไปใส่ในถุงพลาสติกที่แน่นหนาแข็งแรงหรือกล่องเพื่อปกป้องเพิ่ม
  • วางของไว้ตรงกลางกล่อง ให้อยู่ห่างจากแต่ละมุมอย่างน้อย 6 ซม.
  • ถ้าส่งของไปต่างประเทศเป็นชิ้นส่วนเครื่องยนต์หลายชิ้นในกล่องเดียว ให้ห่อแยกชิ้นและใช้ช่องแบ่ง
  • เติมวัสดุกันกระแทกให้เต็มพื้นที่ไม่ให้มีช่องว่าง

 

ซีลให้แน่นพร้อมแปะป้ายเตือน

การใช้เทปซีลให้แน่นจะช่วยป้องกันพัสดุระหว่างขนส่งได้อย่างดี ทั้งนี้ การเลือกใช้เทปและวิธีแปะเทปก็มีผลในการสร้างความปลอดภัยให้พัสดุของคุณเช่นกัน การส่งของไปต่างประเทศโดยซีลให้แน่นหนา รวมถึงแปะป้ายสัญลักษณ์เตือนให้เจ้าหน้าที่พึงระวังขณะยกหรือเคลื่อนย้ายพัสดุของคุณเป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่ผู้ส่งของไปต่างประเทศควรรู้

 

DHL Express แนะนำเทปกาวที่คงทนต่อสภาพอุณหภูมิเพราะมีความแข็งแรงและทนทานเหมาะในการซีลกล่องสำหรับส่งของไปต่างประเทศ

  • เทปโพลีโพรพีลีน เป็นเทปพลาสติกสีน้ำตาล
  • เทปไวนิลเหนียว เป็นเทปจำพวกรัดสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า
  • เทปกาวผ้า หรือ duct tape

 

เทคนิคการซีลกล่องแบบมืออาชีพสำหรับการส่งของไปต่างประเทศที่ปลอดภัย คือการปิดทุกรอยต่อโดยใช้วิธีแปะเทปเป็นรูปตัว H หรือที่เรียกว่า H-taping มีขั้นตอน ดังนี้

  • ติดเทปยาวบริเวณรอยต่อตรงกลาง
  • ติดเทปบริเวณรอยต่อตรงขอบทั้งสองด้าน
  • ติดเทปซ้ำอีกครั้งหากพัสดุในกล่องมีน้ำหนักมาก
  • พลิกกล่องและติดเทปแบบเดียวกัน เพื่อให้ปิดทุกรอยต่ออย่างแท้จริง

 

 

แม้ว่าดีเอชแอลจะไม่สามารถการันตีได้ว่าในการส่งของไปต่างประเทศแต่ละครั้งจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนล้วนทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อดูแลพัสดุของคุณในระหว่างเดินทางให้ดีที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นได้ชัดว่าพัสดุชิ้นไหนต้องการการดูแลเป็นพิเศษบ้าง คุณสามารถแปะป้ายเตือนบนกล่องพัสดุเพิ่มเติมได้ก่อนที่เจ้าหน้าที่คูเรียร์จะเข้ารับพัสดุ

 

ป้ายเตือนที่แปะบนกล่องที่มักพบเห็นได้บ่อยในการส่งของไปต่างประเทศ ได้แก่

  • This Way Up ระบุลูกศรชี้ขึ้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่ขนส่งและจัดเก็บพัสดุในทิศทางที่เหมาะสม
  • Fragile, Handle with Care สื่อว่าพัสดุชิ้นนี้ต้องขนส่งด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • Keep Dry สื่อว่าเจ้าหน้าที่ต้องป้องกันพัสดุนี้จากความชื้นและต้องจัดเก็บอย่างรัดกุม

 

แพ็คดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ส่งของไปต่างประเทศปลอดภัยกว่าเดิม

คิดจะส่งของไปต่างประเทศเมื่อไหร่ อย่าลืมคำนึงถึงการแพ็คเป็นอันดับแรก เพื่อให้สเต็ปต่อ ๆ ไปในการส่งของไปต่างประเทศเป็นไปอย่างปลอดภัย ราบรื่น และที่สำคัญ สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่จะกลายเป็นลูกค้าขาประจำของคุณได้อนาคต ติดตามเคล็ดลับการส่งของไปต่างประเทศอื่น ๆ ได้ที่นี่ หากมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการส่งของไปต่างประเทศ สามารถแชตเพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีผ่านช่องทาง LIVE Chat ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น. หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่เบอร์ 02-345-5000 ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการส่งของไปต่างประเทศเดี๋ยวนี้ คลิกเลย https://iexpressbydhl.com/th/



 

เช็คราคา คลิกเลย!