บล็อก

เตรียมพร้อมทำธุรกิจหลังวิกฤตผ่านพ้น วางแผนส่งของไปจีนอย่างไรให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

เตรียมพร้อมทำธุรกิจหลังวิกฤตผ่านพ้น วางแผนส่งของไปจีนอย่างไรให้โดนใจกลุ่มเป้าหมาย

อัพเดทล่าสุด:

หลังจากสถานการณ์ COVID-19 ผ่านพ้น จะต้องเกิดปรากฎการณ์การใช้เงินอย่างถล่มทลายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีนที่เป็นประเทศแรกๆ ที่ถูกปิดประเทศจนไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยหรือช้อปปิ้งได้ตามปกติ เพราะฉะนั้นใครที่กำลังเล็งทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซส่งของไปจีน นี่อาจจะเป็นโอกาสดีของคุณในการเริ่มวางแผนตั้งแต่ตอนนี้ ด้วยการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน ศึกษาขั้นตอนการส่งของไปจีน รวมไปถึงการเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ปลอดภัยและไว้ใจได้

iExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ จาก DHL Express นอกจากจะให้บริการที่รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้ ได้มาตรฐานระดับสากลแล้ว ยังให้บริการที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในการส่งของไปจีนอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะบริการด้านการศุลกากรจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะเรามีประสบการณ์และพนักงาน DHL Express ประจำในจีนที่ประสานงานโดยตรงกับทั้ง China Customs และ Quarantine ซึ่งเป็นหน่วยงานศุลกากรของรัฐบาลจีนที่ทำหน้าที่จัดการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนในขอบเขตที่แตกต่างกัน การเลือกใช้บริการจาก iExpressByDHL จะช่วยเปลี่ยนเรื่องยุ่งยากในการส่งของไปจีนของคุณ ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกรวดเร็ว 

นอกจากนั้น การส่งของไปจีน ก็ยังมีขั้นตอนและสิ่งที่ควรทราบต่าง ๆ เพื่อให้การทำธุรกิจเป็นไปได้อย่างราบรื่น สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการส่งของไปจีนเพื่อเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะ มีสิ่งที่ต้องรู้ดังต่อไปนี้

 

 

สินค้าอะไรที่คนจีนสนใจ และเหมาะแก่การส่งออก

จากผลการสำรวจของบริษัท Baidu ซึ่งเป็น Search Engine อันดับหนึ่งของจีน พบว่าสินค้าไทยที่คนจีนเสิร์ชมากที่สุด และเป็นสินค้าที่เหมาะแก่การส่งของไปจีน สามารถจัดส่งได้ง่ายไปกับเครื่องบินขนส่งสินค้าของดีเอชแอล ภายในเครือข่ายการบินเฉพาะของ DHL Express มีดังต่อไปนี้

 

1. หมอนยางพารา และ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา

เราจะพบว่าเมื่อชาวจีนมาท่องเที่ยวในประเทศไทย สิ่งที่จะซื้อกลับไปด้วยคือหมอนยางพารา เพราะยางพาราของไทยจัดว่าเป็นยางพาราคุณภาพดี ราคาไม่แพง และดีต่อสุขภาพ ดังนั้นใครที่มองหาช่องทางการทำธุรกิจด้วยการส่งของไปจีน ผลิตภัณฑ์เครื่องนอนที่ทำจากยางพาราก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้านขั้นตอนการส่งออกนั้น ต้องมีการเดินพิธีการศุลกากรและต้องขอใบอนุญาตจากสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางเป็นเอกสารประกอบด้วย

 

2. ยาหม่องหรือยาเสลดพังพอน

ยาสามัญประจำบ้านที่เป็นของชอบของคนไทย คนจีนก็ชื่นชอบด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมีกลิ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถสูดดมบรรเทาความวิงเวียน และรักษาแมลงสัตว์กัดต่อยได้ผลดีมาก จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ชาวจีนจะอยากได้ยาหม่องหรือยาเสลดพังพอนไปใช้เอง แต่ถ้าจะส่งสินค้าประเภทนี้ออกไปต่างประเทศ ต้องใช้เอกสารจำพวก MSDS หรือเอกสารที่แสดงข้อมูลสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ รวมถึงต้องมีใบอนุญาตนำเข้าไปในประเทศจีนด้วย 

 

3. เครื่องสำอางไทย

เนื่องจากเครื่องสำอางแบรนด์ไทยมีหลากหลายแบรนด์ที่คุณภาพดีไม่แพ้เครื่องสำอางแบรนด์ระดับโลกและราคาย่อมเยากว่ากันมาก อีกทั้งยังเป็นที่นิยมมาตั้งไหนแต่ไรสำหรับคนจีน ยิ่งในเวลานี้ เครื่องสำอางและสกินแคร์สำหรับผู้ชายก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้เครื่องสำอางไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายอันดับต้นๆ ที่ผู้ประกอบการเล็งจะส่งของไปจีน ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้าน้ำนมวัว หรือลิปสติกเปลี่ยนสี ดินสอเขียนคิ้ว 3D ทำให้คนจีนไม่พลาดที่จะซื้อสินค้าประเภทนี้อย่างแน่นอน

 

4. กระเป๋าไทย

กระเป๋าท้องถิ่นของไทย เช่น กระเป๋าผ้า กระเป๋ามีโบว์ กระเป๋าที่มีอัตลักษณ์สไตล์ของไทย เป็นกระเป๋าที่มีเสน่ห์จับใจชาวจีน ทำให้ชาวจีนถือว่าเป็น "ของที่ต้องมี" และ "ถ้าไม่มีถือว่ายังมาไม่ถึงไทย" จึงทำให้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับใครที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจส่งออกสินค้าเกี่ยวกับไทยไปจีน

 

5. กลุ่มขนมขบเคี้ยว

สินค้าส่วนใหญ่เป็นผลไม้แปรรูป เพราะเมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องผลไม้อร่อยและมีคุณภาพ เช่น มะม่วงอบแห้ง ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนอบแห้ง และตามมาด้วยประเภทขนมอบกรอบ รวมไปถึงนมปรุงแต่งชนิดเม็ด รสหวาน ที่ชาวจีนนิยมให้ลูกๆ หลานๆ ทานเป็นอาหารทานเล่น เพราะมีประโยชน์กว่าขนมขบเคี้ยวโดยทั่วไป รวมถึงขนมแบรนด์ไทยหลาย ๆ แบรนด์ที่ราคาย่อมเยา รสชาติหวานมันอร่อยถูกปากและรับประทานง่าย

 

6. ครีมบำรุงผิว

คนจีนเป็นคนที่รักสวยรักงามและให้ความสำคัญของเรื่องผิวพรรณเป็นอย่างมาก จึงมีการบำรุงผิวพรรณกันแบบสุดกำลัง ทำให้ครีมบำรุงผิวของไทยเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่นิยมของชาวจีน ครีมบำรุงผิวของไทยที่ส่งออกไปจีนก็จะมีการปรับแพ็คเกจผลิตภัณฑ์ให้มีภาษาจีนเพื่อเป็นการขยายตลาด โดยเฉพาะครีมหอยทากและมาสก์แบรนด์ไทย เพราะมีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณที่เป็นที่ลือกันปากต่อปากว่าใช้ดี สำหรับการส่งออกครีมบำรุงผิวนั้น ถ้าส่งในนามบริษัท ต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าแนบจากต้นทางไป และต้องมีใบอนุญาตนำเข้าไปในประเทศจีนด้วย

 

7.ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ และกลุ่มสปา

คนจีนเป็นชาติที่รักสุขภาพชาติหนึ่งในโลก ด้วยตำราทางการแพทย์แผนจีนที่มีมาแต่โบราณ สินค้าที่มีสรรพคุณทางยาชั้นเลิศอย่างน้ำผึ้งจึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ชาวจีนนิยมซื้อนั่นเอง

ปัจจุบันแนวโน้มธุรกิจเสริมความงามและการส่งเสริมสุขภาพในจีนได้ขยายบริการจากเดิมที่เน้นเฉพาะส่วนใบหน้าไปสู่การดูแลบำบัดทั่วทั้งเรือนร่าง เพราะนิยมการทำสปาและนวดเพื่อผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการทำงาน สินค้ากลุ่มนี้จะเน้นสีสันสะดุดตา รูปทรงสวยงาม กลิ่นเตะจมูกโดนใจ ดมแล้วต้องตามหาที่มาของกลิ่น ผู้ประกอบการจึงพยายามต่อยอดกลยุทธ์การส่งของประเภทนี้ไปจีนด้วยการทำให้ไม่เหมือนใครและทำให้คนจีนคุ้นเคยกับสินค้าของตนเอง

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์กลุ่มสปา: สบู่สปารูปผลไม้ไทย อย่าง มังคุด มะเฟือง และมะม่วง ที่เติมกลิ่นหอมเหมือนผลไม้จริง บวกกับผลไม้ไทยที่ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักเป็นอย่างดี 

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพ: ยาหม่อง กอเอี๊ยะ สบู่ น้ำมันหอมระเหย สมุนไพร รังนก ยากันยุง ยาดม น้ำผึ้ง พลาสเตอร์บรรเทาปวด 

 

8. ชาไทย

ถึงแม้ประเทศจีนจะเป็นประเทศที่โด่งดังเรื่องชา แต่ชาไทยที่แตกต่างจากชาจีนซึ่งมีเอกลักษณ์ ทั้งหอมและก็ยังเข้มข้น ชงเป็นชานมแบบไทยต้นตำรับ เติมนมและน้ำแข็ง ก็เป็นสินค้าที่ชาวจีนรักและเหมาะส่งไปยังประเทศจีนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชนิดผงที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ มีฉลากชัดเจน จะสามารถเก็บได้นานและเป็นที่เชื่อถือในกลุ่มผู้ซื้อชาวจีน ส่วนขั้นตอนการส่งออกนั้น ถ้าส่งไปจีนในนามบริษัท จะต้องมีใบรับรองแหล่งกำเนินสินค้าและต้องมีใบอนุญาตนำเข้าไปในประเทศจีนด้วย

 

9. สินค้าหัตถกรรมตกแต่งบ้าน

คนจีนนิยมตกแต่งบ้านด้วยเฟอร์นิเจอร์และหัตถกรรมไม้ ซึ่งปัจจุบันนี้เฟอร์นิเจอร์ไม้แดงจากเวียดนาม ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับในตลาดจีน ทั้งที่จริงแล้ว ไม้ไทยขายได้ แต่ต้องมีดีไซน์ที่ถูกใจผู้ซื้อชาวจีน อาจไม่จำเป็นต้องมีความเป็นไทยสูง แต่ควรมีการปรับให้ทันสมัยสไตล์โมเดิร์น เพราะเมื่อส่งของไปจีนและคนจีนนำมาตกแต่งบ้านจะได้ไม่หลุดธีม

 

 

เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวจีน

สำหรับคนที่คิดจะส่งของไปจีนอย่าเพิ่งกังวลเรื่องอุปสรรคต่าง ๆ ไปเสียก่อน ขอเพียงตั้งใจผลิตสินค้าของตัวเองให้มีคุณภาพ มองหาช่องทางการขายและตัวช่วยในการขนส่ง เพราะชาวจีนเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงมาก และมีประชากรเยอะมาก รวมถึงหากมีความสนใจในสินค้าประเภทไหนก็จะมีการทุ่มซื้อและมีการบอกต่อความดีงามของสินค้าต่างๆ แบบปากต่อปาก ถ้าสินค้าเป็นที่ถูกใจเมื่อไหร่ เรียกว่าเป็นสัญญาณดี แต่หากกังวลเรื่องภาษาที่จะใช้ในการสื่อสารก็ต้องบอกว่า ในยุคนี้การสื่อสารพัฒนาขึ้นมาก เพราะชาวจีนสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษ รวมถึงสามารถใช้เครื่องมือแปลภาษาอัตโนมัติในการสื่อสารกันได้ด้วย เพราะฉะนั้นการจำหน่ายสินค้าเจาะตลาดจีนหรือการส่งของไปจีนเพื่อจัดจำหน่ายให้ผู้ซื้อในประเทศยักษ์ใหญ่นี้อาจจะเป็นช่องทางที่ดีในการทำธุรกิจเพื่อฟื้นวิกฤตหลัง COVID-19

 

เข้าใจพฤติกรรมชาวจีนเพิ่มขึ้นจาก 5 อินไซต์ ที่คัดสรรมาให้สำหรับคนที่สนใจส่งของไปจีนเพื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณเมื่อคิดจะทำธุรกิจขายสินค้าและส่งของไปจีนได้ สิ่งที่ต้องใส่ใจและให้ความสำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวจีนได้แก่

 

1. สินค้าแบรนด์ไทย คนจีนให้การตอบรับสูงมาก

เพราะคนจีนกับคนไทยมีความสัมพันธ์ชิดเชื้อประดุจพี่น้อง คนจีนชอบมาไทย ชอบเที่ยวไทย ชอบวัฒนธรรมไทย และก็ชอบสินค้าไทยด้วย จึงทำให้สินค้าไทยหลายๆ แบรนด์เป็นที่รู้จักของคนจีน ซึ่งถ้าจะไปทำการตลาดไปจีนและเริ่มธุรกิจส่งของไปจีนก็อุ่นใจได้เลยว่าคนจีนจะยินดีต้อนรับสินค้าแบรนด์ไทยแน่นอน

 

2. กลยุทธ์ WOM (Word of Mouth) ยังเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุด

สินค้าแบรนด์ดังจากไทยเองก็สามารถส่งของไปจีนและเข้าไปสร้างความนิยมรวมถึงตีตลาดจีนได้ไม่น้อย มีทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยว สินค้าเพื่อสุขภาพ สกินแคร์ เครื่องสำอาง เป็นต้น ขณะที่กลยุทธ์ WOM (Word of Mouth) ยังเป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าที่สุด เพราะถ้าลองว่าสินค้าไหนคนจีนใช้แล้วชอบแล้ว คนจีนไม่รีรอที่จะรีวิวและบอกต่อกับเพื่อนและเล่าประสบการณ์ที่ดีในการใช้สินค้าต่างๆ ลง Social platform ของตนเองให้เพื่อนและผู้อื่นได้รับทราบ ดังนั้นนอกจากนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกระบอกเสียงที่ดีแล้ว กลุ่มคนจีนในไทยก็ถือว่าเป็นกลุ่มทาร์เก็ตใหม่ที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับแบรนด์ที่ตั้งใจจะไปเจาะตลาดในจีนและส่งของไปจีนเพื่อจำหน่าย

 

3. ยังออกนอกประเทศไม่ได้ แต่ช้อปได้ ด้วยการสั่งของออนไลน์

เมื่อการเดินทางออกนอกประเทศยังเป็นที่หวงห้ามเป็นอย่างมากสำหรับคนจีน วิธีที่จะให้ชาวจีนช้อปปิ้งของให้เหมือนกับการมาเที่ยวและซื้อของในประเทศไทยคือขายผ่านออนไลน์และส่งสินค้าไปยังประเทศจีน

เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันทำให้หลาย ๆ ประเทศยังไม่คลายมาตรการ lockdown ทำให้คนในประเทศไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ จึงทำให้คนจีนไม่สามารถเดินทางมาเที่ยวไทยและซื้อของแบรนด์ไทยที่ตนเองชอบกลับไปได้ เพราะฉะนั้นเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยการส่งของไปจีนและขายผ่านช่องทาง E-Commerce ของจีน เช่น Alibaba, Aliexpress, Tmall, Taobao, 1688 โดยที่ใครที่อยากส่งของไปจีนก็สามารถเปิดร้านผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้และขายของได้ง่ายๆ เช่นกัน โดยหลังจากที่คนจีนสั่งซื้อของแล้ว คุณสามารถเลือกใช้วิธีส่งสินค้าไปจีนด้วยการใช้บริการที่เชื่อถือได้อย่าง iExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์จาก DHL Express ที่เป็นผู้นำในตลาดด้านการส่งของไปจีนด้วยมาตรฐานและบริการระดับสากล ไว้วางใจได้ด้วยประสบการณ์ที่มีมากกว่า 50 ปี สามารถการันตีเวลาในการส่งของไปจีนได้อย่างแม่นยำ สินค้าจะถึงมือผู้รับอย่างปลอดภัยและอยู่ในเวลาที่กำหนดได้อย่างแน่นอน

 

4. สินค้าพรีเมียมและสินค้าเพื่อสุขภาพ จะเป็นเทรนด์ใหม่ของคนจีนหลัง COVID-19 ผ่านพ้นไป

อีกหนึ่งเทรนด์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นหลัง COVID-19 ผ่านพ้นไปของชาวจีนคือพวกเขาจะมีความสนใจในสินค้าพรีเมียม สินค้าที่ดูมีคุณภาพสูง และสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกายนอกเหนือไปจากอาหารมากขึ้น เพราะฉะนั้นสินค้าที่พูดถึงเหล่านี้จึงมีศักยภาพในการสร้างยอดขายจากลูกค้าจีน

 

5. ครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางยังเป็นของยอดนิยมที่คนจีนซื้อ โดย KOLs มีผลในการตัดสินใจ

จากผลสำรวจของ McKinsey ในเดือนกรกฎาคม 2020 ที่ผ่านมา ได้พบว่าชาวจีนซื้อครีมบำรุงผิวและเครื่องสำอางเป็นจำนวนมากโดยผ่านช่องทางการซื้อออนไลน์เป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าส่งของในประเภทนี้ไปขายที่ประเทศจีน อาจเป็นที่สนใจอย่างมากสำหรับผู้บริโภค และที่น่าสนใจคือเราได้พบว่ามากกว่า 70% ของผู้บริโภคชาวจีนได้ใช้เวลามากกว่าในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าดูแลผิวพรรณและเสริมสวยผ่าน Key Opinion Leaders (KOLs) หรือ Influencers ของชาวจีนอีกด้วย

 

ส่งของไปจีนเมื่อไหร่ เลือกส่งกับ iExpressByDHL รวดเร็ว ปลอดภัย เชื่อถือได้

คิดจะส่งของไปจีนเมื่อไหร่ ขอให้วางใจ iExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์จาก DHL Express บริการขนส่งของไปจีนปลอดภัยและไว้ใจได้ ได้มาตรฐานระดับสากลมากว่า 50 ปี มีความเชี่ยวชาญในการส่งของไปทั่วโลก รวมถึงการส่งของไปจีน มีสำนักงานและพนักงานผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการครอบคลุม 220 ประเทศทั่วโลก หากจะเลือกผู้ให้บริการส่งของไปจีนนั้น DHL Express มีข้อได้เปรียบคือประสบการณ์ด้านพิธีศุลกากรในการส่งของไปจีนโดยเฉพาะ หมดกังวลเรื่องปัญหาภาษีเพื่อให้การส่งของไปถึงที่หมายได้ตามกำหนดและราบรื่น อุ่นใจได้ในทุกกระบวนการ เปลี่ยนขั้นตอนการส่งของไปจีนที่เป็นเรื่องยากให้กลายเป็นง่ายได้ในพริบตา

 

หากลูกค้ามีคำถามเรื่องการส่งของไปจีน สามารถแชตเพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ได้ทันทีผ่านช่องทาง LIVE Chat ในวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8:30 – 17:30 น. หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์ได้ที่เบอร์ 02-345-5000 ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการส่งของไปจีนเดี๋ยวนี้ คลิกเลย https://iexpressbydhl.com/th/

 

เช็คราคา คลิกเลย!