บล็อก

เปิดโผ 7 ประเทศน่าส่งออกในปี 2019 แถบเอเชีย

เปิดโผ 7 ประเทศน่าส่งออกในปี 2019 แถบเอเชีย

อัพเดทล่าสุด:

ตลาด E-commerce ในทวีปเอเชีย เติบโตขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์ในการซื้อสินค้าที่เปลี่ยนไป เช่นความ ต้องการสินค้าที่แปลกใหม่จากที่เคยมีในประเทศ รวมไปถึงบริการส่งของไปต่างประเทศที่ง่าย สะดวก ถึงมืออย่างรวดเร็วมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องออกไปไหน ทำให้ตลาดออนไลน์ในเอเชีย เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในวันนี้   DHL Express จึงอยากนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการสินค้าของตลาด E-commerceใน7ประเทศแถบทวีปเอเชีย เพื่อเป็นข้อมูลให้กับเจ้าของ SMEs หลายๆท่านที่กำลังอยากขยายฐานธุรกิจครับ

 

1. ประเทศจีน

ในประเทศจีนมีการเติบโตของตลาด E-commerce เป็นอย่างดี จากรายงานของธนาคารโลก โดย Azoya และ Foost & Sullivan ในปี 2018 ตลาด E-commerce ในจีนมีการซื้อสินค้าข้ามประเทศโดยเฉลี่ย 848 ดอลลาร์สหรัฐ คน/ปี การแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้ความ รวดเร็วในการส่งสินค้า มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเป็นอย่างมาก รายงานพบว่า ลูกค้าชาวจีนร้อยละ 46 มักเลือกการจัดส่งที่รวดเร็วมากขึ้นแม้ต้องจ่ายเพิ่ม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ว่าบริการส่งสินค้าไปต่างประเทศประเภทส่งด่วน มีความสำคัญอย่างมากที่ต้องพิจารณาในการขยายตลาดธุรกิจไปยังประเทศจีน


 

2. ฮ่องกง

จากรายงานของธนาคารโลก พบว่า ในอีกสองปีข้างหน้า วัยรุ่นร้อยละ 41 ชาวฮ่องกงจะมีแนวโน้มต้องการซื้อสินค้าประเภทแฟชั่นผ่านทางออนไลน์ มากขึ้นถึงร้อยละ 28 จากปี 2016 ฮ่องกงจึงเป็นอีกประเทศในตลาด E-commerce ที่มีความน่าสนใจในการลงทุนอยู่ในอันดับที่ 5 จาก 190  ประเทศ สำหรับประเภทของสินค้าที่ชาวฮ่องกงให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ อุปกรณ์ออกกำลังกาย ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มวัยรุ่น และชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง และฮ่องกงยังเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์มากเป็นอันดับที่ 2 รองจากสิงคโปร์ดังนั้นการเลือกใช้บริการจัดส่งสินค้าไปฮ่องกงจึงต้องพิจารณาด้านมาตรฐานการขนส่งที่เป็นสากล


 

3. ประเทศอินโดนีเซีย

ตลาด E-commerce ของประเทศอินโดนีเซียแม้ยังทำกำไรได้เพียงร้อยละ 5 ของยอดค้าปลีกทั้งหมด แต่ การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลกลาง ที่ผลักดันการใช้ระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจรในครั้งเดียว รวมถึงการขนส่งพัสดุที่รวดเร็ว ทำให้การนำเข้าสินค้าสู่เมืองจาการ์ตา และเมืองสุรายาบา รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ตลาด E-commerce เติบโตกว่าร้อยละ 17-30 ในปี 2024 ทำให้อินโดนีเซีย เป็นตลาด E-commerce ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสุขภาพที่คนอินโดนีเซียหันมาให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้น


 

4. ประเทศมาเลเซีย

จากความได้เปรียบด้วยโครงสร้างพื้นฐานในการนำเข้า และส่งออกสินค้า  และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของท่าเรือกลาง ทำให้มาเลเซียเป็นประเทศน่าส่งออกอีกประเทศหนึ่ง ที่มีผลประกอบการ E-commerce มูลค่าสูงถึง 1.31 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.53 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2022 โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดได้แก่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และมีเดีย ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 477.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รองลงมาคือ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มียอดรวมกว่า  356.3 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

5. ประเทศอินเดีย

การซื้อสินค้าออนไลน์ในอินเดีย กว่าร้อยละ 60 เกิดขึ้น ในช่วงเวลาราชการ ด้วยแนวโน้มด้านวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป ทำให้วัยรุ่นในประเทศอินเดียหันมาใช้ชีวิตอย่างอิสระมากขึ้น ลดเวลากับครอบครัวน้อยลง หากคุณอยากขยายธุรกิจไปยังอินเดีย ควรวางแผนการตลาด และจัดโปรโมชั่น ให้สอดคล้องกับความต้องการซื้อในช่วงเวลาดังกล่าว

 

6. ประเทศเกาหลีใต้

ตลาด E-commerce ของเกาหลีใต้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 90 ของชาวเกาหลีใต้ มีสมาร์ทโฟนใช้งาน ดังนั้น การอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าแพลตฟอร์มที่ใช้งานในมือถือได้ง่าย จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น สำหรับสินค้าที่เหมาะกับวัฒนธรรมชาวเกาหลี ที่ทำงานหนัก และเรียนหนังสือมากถึง 14 ชั่วโมง ต่อวัน ควรเป็นสินค้าที่ช่วยเพิ่มสีสัน ความสนุกสนานให้กับชีวิตของพวกเขา นอกจากนี้ เบื้องหลังความสำเร็จของตลาด E-commerce ในเกาหลีใต้ ยังเกิดจากระบบการจัดส่งสินค้าด่วนที่มีประสิทธิภาพของ DHL Express ที่มีเครือข่ายคลังสินค้ากระจายอยู่ตามเมืองสำคัญต่าง ๆ ทำให้สินค้าภายในประเทศ ถูกส่งถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็ว

 

7.ประเทศสิงคโปร์

รายงานจาก Flipt พบว่าในปี 2018 ร้านค้าออนไลน์ 3 ใน 5 ร้าน ของประเทศสิงคโปร์ สร้างรายได้เฉลี่ยได้มากถึง 1,022 ดอลลาร์สหรัฐ คน/ปี และคาดการณ์ว่า ตลาด E-commerce มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.2 ในปี 2021 และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในท่าเรือ ทำให้การนำเข้า – ส่งออกสินค้าของประเทศสิงคโปร์ เป็นไปอย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น สำหรับไลฟ์สไตล์ของชาวสิงคโปร์มักทำงานอย่างหนัก และมักมองหาสินค้าบางอย่างที่ช่วยเติมเต็มความพึงพอใจในช่วงเวลาว่าง ถ้าหากสินค้าของคุณตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ สิงคโปร์ ถือว่าเป็นดินแดนส่งออกในฝันที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

 

และ DHL Express พร้อมทำให้การส่งของไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม ด้วย iExpressByDHL บริการน้องใหม่จาก DHL Express ที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใช้งานง่าย สะดวก ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์ เช็คราคาค่าขนส่งง่ายๆ แค่ปลายนิ้วคลิก นัดหมายการจัดส่งและชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตได้ทันที พร้อมส่งให้สินค้าทุกชิ้น ถึงมือผู้รับทั่วโลกอย่างปลอดภัย รวดเร็วภายใน 3 วัน

 

หรือหากมีข้อสงสัยระหว่างทำรายการ ก็สามารถสอบถามผ่าน LIVE CHAT คลิกเลย!  www.iExpressByDHL.com

 

อย่าลืม ติดตามเคล็ดลับและสาระดีๆ ที่จะช่วยให้ธุรกิจส่งออกของคุณเข้าถึงและโดนใจลูกค้าต่างประเทศได้มากขึ้นที่www.iExpressByDHL.comหรือติดตามได้ที่ Facebook DHL Express Thailand ขนส่งด่วนระหว่างประเทศ