บล็อก

Personalized Marketing กับธุรกิจส่งออก

Personalized Marketing กับธุรกิจส่งออก

อัพเดทล่าสุด:

รู้อะไรไม่เท่ารู้ใจ

 

Personalized Marketing เป็นอีกหนึ่งวิธีในการทำการตลาดซึ่งเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เมื่อก่อนธุรกิจต่างๆ อาจจะแข่งกันที่ราคา บริการ หรือความแตกต่าง แต่ทั้งหมดที่ว่ามาต่อให้ดีแค่ไหน ถ้าไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายก็ไม่มีประโยชน์

 

ลองนึกภาพว่าเรานำเสนอยาแก้ไอให้กับคนที่กำลังปวดท้องดูสิ ต่อให้ยาแก้ไอของเราจะดีแค่ไหน คนที่กำลังปวดท้องอยู่คงไม่สนใจสินค้าของเราแน่ๆ 

 

สิ่งสำคัญของการทำการตลาดแบบ Personalized Marketing คือคุยให้ถูกคนเสนอให้ถูกจุด และในยุคที่เราสามารถสื่อสารหรือโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเฉพาะเจาะจงได้ง่ายแบบทุกวันนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่การตลาดแบบ Personalized Marketing จะเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม แม้แต่การทำธุรกิจส่งออก

 

Personalized Marketing กับธุรกิจส่งออก

 

สำหรับคนที่ทำธุรกิจส่งออกแบบ B2C การทำการตลาดแบบ Personalized Marketing จะช่วยให้คุณเพิ่มยอดขายได้อย่างแน่นอน แต่จะช่วยได้อย่างไร และควรทำอย่างไร วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง

 

สำหรับใครที่มีเว็บไซต์ e-commerce ของตัวเอง สิ่งที่คุณต้องทำอันดับแรกก็คือการเก็บข้อมูลของลูกค้าอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้า การกดเข้ามาดูสินค้า สินค้าที่กดชื่นชอบ การเข้าชมเว็บไซต์ ไปจนถึงการสั่งซื้อที่ไม่สำเร็จ และอื่นๆ ที่เว็บไซต์ของคุณจะสามารถเก็บได้

 

ขั้นตอนต่อไปคือนำข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอสินค้าหรือโปรโมชั่นให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละคนของคุณ เช่น ถ้าคุณพบว่าทุกๆ เดือนจะมีลูกค้ากลุ่มหนึ่งซื้อยาสระผมออร์แกนิคของคุณเป็นประจำ แต่ไม่เคยซื้อครีมบำรุงเลย คุณอาจจะนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษที่แถมครีมบำรุงผมให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายครีมบำรุงผมในครั้งต่อไปที่ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าในเว็บไซต์ หรือลูกค้าอีกกลุ่มที่มักจะซื้อยาสระผมและครีมบำรุงผมคู่กันเป็นประจำ ลูกค้ากลุ่มนี้ดูจะมีแนวโน้มของการรักษาสุขภาพผมมากกว่ากลุ่มแรก คุณอาจจะนำเสนอโปรโมชั่นพิเศษเกี่ยวกับทรีตเมนต์ให้ลูกค้ากลุ่มนี้แทน

 

หรือถ้าหากใครไม่มีเว็บไซต์ของตัวเอง แต่ขายสินค้าออนไลน์ผ่านมาร์เกตเพลสต่างๆ เช่น Ebay, Amazon ก็สามารถเก็บข้อมูลของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าได้เช่นกัน แต่การนำเสนอโปรโมชั่นหรือสินค้าอาจจะแตกต่างจากคนที่มีเว็บไซต์ โดยการใช้ EDM หรือ Email Direct Marketing แทน

 

เช่น ถ้าคุณขายอะไหล่รถยนต์หลากหลายรูปแบบ คุณอาจจะแบ่งการจัดเก็บข้อมูล Email ของลูกค้าเป็นกลุ่มๆ เช่น กลุ่มที่ซื้ออะไหล่รถยนต์ใหม่ กับกลุ่มที่ซื้ออะไหล่รถยนต์เก่า สำหรับกลุ่มอะไหล่รถยนต์ใหม่อาจจะเป็นกลุ่มที่เน้นการซื้อเพื่อนำอะไหล่เดิมมาเปลี่ยนหรือซ่อมแซม กลุ่มนี้อาจจะเป็นกังวลเรื่องค่าส่ง คุณอาจจะนำเสนอสินค้าพร้อมโปรโมชั่นพิเศษฟรีค่าส่งให้กับคนกลุ่มนี้ได้

 

แต่สำหรับกลุ่มที่ซื้ออะไหล่รถยนต์เก่าที่นิยมซื้ออะไหล่ที่หายากและไม่กังวลเรื่องราคาหรือค่าส่ง แต่ต้องการความปลอดภัยและรวดเร็วในการส่งสินค้า คุณอาจจะนำเสนอรูปแบบการส่งแบบด่วนพิเศษให้กับลูกค้ากลุ่มนี้แทน

 

นี่เป็นแค่ตัวอย่างง่ายๆ ที่คุณก็สามารถเริ่มทำการตลาดแบบ Personalized Marketing ได้เลย แต่อีกข้อสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยสำหรับการทำธุรกิจส่งออก ก็คือการส่งพัสดุไปต่างประเทศ!

 

Personalized Express

 

Personalized Marketing ไม่ใช่แค่รู้ใจแต่ต้องตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกันไปด้วย เพราะปัญหาของหลายๆ คนที่ทำธุรกิจส่งออกก็คือ หลายครั้งการส่งพัสดุไปต่างประเทศไม่สามารถกำหนดการถึงปลายทางได้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ

 

แต่ไม่ใช่สำหรับการส่งพัสดุไปต่างประเทศด้วย iExpressByDHL ชิปปิ้งแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดจาก DHL Express เพราะเรามีบริการ TDI หรือ Time Definite International บริการกำหนดเวลาที่พัสดุจะถึงปลายทางที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าทุกคน

 

ด้วยบริการนี้คุณจะสามารถนำเสนอความสะดวกสบายให้กับลูกค้าของคุณได้มากขึ้น แน่นอนว่าลูกค้าแต่ละคนในแต่ละประเทศ ต่างก็มีช่วงเวลาที่จะรอสินค้าไม่เหมือนกัน บริการ TDI จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกช่วงเวลาที่ของจะไปถึงปลายทางได้เอง จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนได้มากขึ้น

 

ที่สำคัญบริการนี้ เราการันตีถึงตามกำหนดที่ลูกค้าต้องการชัวร์ ถ้าถึงช้าเรายินดีคืนเงิน! และยังมี notification แจ้งเตือนสถานะตั้งแต่เริ่มส่ง จนถึงปลายทางอีกด้วย อยากให้ถึงกี่โมงก็ได้ตามใจคุณ หรือเรียกง่ายๆ ว่านี่คือบริการแบบ Personalized Express กันเลยทีเดียว!

 

รู้แบบนี้แล้วถ้าอยากลองเช็คราคาค่าส่งพัสดุไปต่างประเทศง่ายๆ 
แค่ปลายนิ้วก็ลองคลิกเข้าไปที่นี่กันได้เลย https://www.iexpressbydhl.com/th/ship/package/step-1