บล็อก

ธุรกิจส่งออกจะทำอย่างไร เมื่อ "ลูกค้ายุคนี้ไม่ชอบรอ"

ธุรกิจส่งออกจะทำอย่างไร เมื่อ "ลูกค้ายุคนี้ไม่ชอบรอ"

อัพเดทล่าสุด:

ธุรกิจส่งออกจะทำอย่างไรเมื่อ "ลูกค้ายุคนี้ไม่ชอบรอ"

 

ในวันที่ทุกอย่างเร็วไปหมด ทุกคนสามารถกดสั่งซื้อของทุกอย่างบนโลกได้ในเวลาไม่กี่วินาที การ “รอ” จึงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาอีกต่อไป เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะทำธุรกิจอะไรก็ตาม การปล่อยให้ลูกค้ารอไม่ใช่เรื่องดีแน่ โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกแบบ B2C

 

วันนี้เราเลยจะมาแชร์วิธีการปรับตัวของคนทำธุรกิจส่งออกแบบ B2C กัน ว่าควรทำอย่างไรบ้างในวันที่ลูกค้าไม่ชอบการรอ

 

1.  ใส่รายละเอียดของสินค้าให้ครบ

ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าอะไร และอยู่ใน Marketplace Platform ไหน สิ่งที่ควรทำอย่างแรกเลยคือใส่รายละเอียดของสินค้าให้ครบถ้วน เพราะถ้าลูกค้าสนใจแต่ไม่มีรายละเอียดของสินค้า ทำให้ลูกค้าที่สนใจจะต้องส่งคำถามมาถามคุณและรอคำตอบ รับรองได้เลยว่า 90% คุณอาจจะเสียลูกค้าไปให้กับผู้ขายรายอื่นๆ ที่ขายสินค้าเหมือนกันแต่มีรายละเอียดสินค้าที่ครบถ้วน

 

2. ตอบให้ดีตอบให้ไว

ถ้าคุณใส่รายละเอียดสินค้าอย่างครบถ้วน แต่ลูกค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมแสดงว่าคุณใกล้จะขายสินค้าได้แน่ๆ แต่ถ้าคุณปล่อยให้ลูกค้าต้องรอคำตอบนาน ก็แน่นอนว่าคุณอาจจะเสียลูกค้าคนนั้นไปให้กับผู้ขายรายอื่นๆ ที่ขายสินค้าเหมือนกันแต่ตอบคำถามได้เร็วกว่า

 

หลายคนอาจจะบอกว่าขายของทั่วโลก เวลาของลูกค้าแต่ละประเทศก็ไม่เท่ากัน จะสามารถตอบคำถามของลูกค้าให้ไวทุกครั้งได้อย่างไร เราขอบอกว่า Chatbot ช่วยคุณได้ ด้วยเทคโนโลยีสมัยนี้ Chatbot ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและราคาแพงเหมือนห้าหรือสิบปีที่แล้วอีกต่อไป ถ้าคุณขายสินค้าที่มักจะเจอคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ การใช้ Chatbot จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว

 

3. แจ้งระยะเวลาในการส่งสินค้าให้ชัดเจน

ลูกค้าไม่ชอบรอนั้นเรื่องจริง แต่ถ้าจะขยายความให้ชัดคือ ลูกค้าไม่ชอบรออย่างไม่มีจุดหมายต่างหาก การรอไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์นัก โดยเฉพาะการรออย่างไร้จุดหมาย ลองนึกภาพว่าคุณสั่งสินค้าไปหนึ่งชิ้น แต่ผู้ขายไม่สามารถบอกได้ว่าสินค้าจะถึงวันไหน การรอคอยคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อมากๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าสินค้าจะถึงวันไหน จะต้องกังวลว่าวันที่สินค้ามาแล้วเราจะอยู่บ้านหรือไม่ ถ้าไม่จะต้องเสียเวลาไปรับเองอีกหรือไม่ แล้วถ้าเป็นสินค้าที่ต้องการใช้ด่วนก็ต้องมานั่งลุ้นว่าจะทันมั้ยกันอีก

 

แต่ถ้าคุณสามารถบอกได้ว่าสินค้าจะถึงมือลูกค้าของคุณภายใน 1-3 วัน และสามารถเช็คสถานะพัสดุได้เลยล่ะ!

 

แน่นอนการรอคงไม่ใช่ปัญหาใหญ่อีกต่อไป เพราะเป็นการรออย่างมีจุดหมายนั่นเอง และถ้าคุณกำลังสงสัยว่าอะไรที่จะมาช่วยทำให้คุณสามารถการันตีการส่งสินค้าของคุณได้

 

เราขอแนะนำ iExpressByDHL ชิปปิ้งแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดจาก DHL Express ที่จะทำให้ธุรกิจส่งออกของคุณง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้ว

 

เพราะเราการันตีส่งไวทั่วโลกกว่า 220 ประเทศ ภายใน 1-3 วันเท่านั้น คุณสามารถการันตีลูกค้าได้เลยว่าสินค้าของคุณจะถึงไวถึงชัวร์ และยังสามารถเช็คสถานะของพัสดุได้แบบเรียลไทม์เพียงกรอกรหัส WayBill 10 หลักง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว

 

สำหรับคนทำธุรกิจเองก็สามารถที่จะเช็คราคาค่าส่งพัสดุไปต่างประเทศได้ด้วยตัวเองง่ายๆ แค่ปลายนิ้วเช่นกัน เพราะ iExpressByDHL เช็คราคาค่าส่งพัสดุไปต่างประเทศได้ตั้งแต่หน้าแรก ไม่ต้องกรอกรายละเอียดมากมาย ทำให้คุณสามารถเช็คราคาค่าส่งพัสดุล่วงหน้าเพื่อไปประกอบการตั้งราคาให้เหมาะสมอีกด้วย

 

อ่านมาถึงตรงนี้ถ้าเริ่มอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iExpressByDHL ซึ่งสามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “iExpressByDHL ชิปปิ้งแพลตฟอร์มที่ให้คุณเช็คราคาส่งพัสดุไปต่างประเทศได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว” หรือถ้าพร้อมแล้วก็เข้าไปเช็คราคาค่าส่งพัสดุได้เลย ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วที่ https://www.iexpressbydhl.com/th/ship/package/step-1