BLOG

เจาะเทรนด์อีคอมเมิร์ซ 2021 ปรับกลยุทธ์อย่างไรให้ชนะใจลูกค้าทั่วโลก!

เจาะเทรนด์อีคอมเมิร์ซ 2021 ปรับกลยุทธ์อย่างไรให้ชนะใจลูกค้าทั่วโลก!

Updated at:

ตลาดอีคอมเมิร์ซเป็นตลาดที่โตไวและโตแรงอย่างยิ่งในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ยิ่งในปี 2020 จนถึงปี 2021 ที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก ทำให้ร้านค้าต้องปิดหน้าร้าน เปลี่ยนจากการขายออฟไลน์มาเป็นขายออนไลน์แทน เทรนด์นี้เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้ตลาดอีคอมเมิร์ซมีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและเกิดการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ในสภาวะที่ใครๆ ก็ขายของได้ แล้วเราจะทำอย่างไรให้ร้านค้าออนไลน์ของเราปังปุริเย่เป็นดาวโดดเด่นจนลูกค้าจำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในโอกาสที่นักช้อปออนไลน์แอ็คทีฟกันทั่วโลกอย่างนี้ ทำอย่างไรให้ร้านของเราเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ? ไม่ยาก! เพียงศึกษาความเป็นไปในตลาดและนำมาปรับกลยุทธ์ร้านค้าออนไลน์ของเราก็จะช่วยเพิ่มโอกาสได้ยอดขาย มีออร์เดอร์ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ส่งของไปต่างประเทศไม่หวาดไม่ไหว ทำอย่างไรมาดูกัน!

 

เทรนด์ที่เปลี่ยนไปในตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลก

ลูกค้าทั่วโลกยังคงใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลักในการช้อปออนไลน์

ถ้าเราขายใน e-Marketplace ก็ไม่มีปัญหาเท่าไหร่เพราะแต่ละแพลตฟอร์มก็รองรับประสบการณ์การช้อปปิ้งบนมือถือได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่หากเรามีเว็บอีคอมเมิร์ซเป็นของตนเอง อย่าลืมออกแบบเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย เพราะยุคนี้คนเราแทบจะไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์กันแล้ว!

 

ถ้าขายบนเว็บไซต์ของตัวเอง ทำเว็บให้สมาร์ต สวยงาม และเป็นมิตร

ลองจินตนาการว่าร้านค้าออนไลน์หรือเว็บอีคอมเมิร์ซของเราก็เปรียบเหมือนหน้าร้านจริงๆ หากร้านค้าจัดของไม่ดี ไม่สวยงาม ระเกะระกะ ก็มีโอกาสสูงที่ลูกค้าจะสับเท้าหนีไปซื้อของที่ร้านอื่น เพราะฉะนั้นร้านค้าออนไลน์อีคอมเมิร์ซของเราควรทำให้ค้นหาสินค้าได้ง่าย สามารถมอบความช่วยเหลือให้ลูกค้าได้ในทันทีที่ลูกค้าต้องการ เช่น มี Chat bot หรือปุ่ม contact us ให้ลูกค้าติดต่อกับร้านค้าได้ในทันที

 

ถ่ายรูปสินค้าสวยเด่นทุกมุม เพิ่มความเก๋ที่ Packaging และความรักโลก

หากเราต้องการโดดเด้งเด่นตาจากสินค้าอื่นๆ ที่มีขายเหมือนๆ กัน ควรลงทุนกับการถ่ายภาพสินค้าเพราะนี่คือ First impression ในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเลยทีเดียว E-marketplace บางแพลตฟอร์มจะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนในการอัพโหลดรูปภาพ เช่น ถ่ายภาพบนพื้นหลังสีขาว ถ่ายให้เห็นทุกมุมตามจริง เป็นต้น นอกจากนี้ เรื่องแพกเกจจิ้ง หีบห่อ ที่สวยงามและไม่เหมือนคนอื่นก็สำคัญ เพียงแค่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปก็เพิ่มมูลค่าสินค้าได้เหมือนกัน ยิ่งในกรณีที่เรามีสินค้าที่คุณภาพและราคาใกล้เคียงกับคนอื่น วิธีนี้เป็นการเพิ่มความโดดเด่นให้สินค้าของคุณ 

นอกจากนี้ เทรนด์รักโลกยังเป็นเทรนด์ที่เติบโตช้าๆ แต่ต่อเนื่อง ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับสินค้าที่ eco-friendly และมีความยั่งยืนมากขึ้น ดังนั้นหากสินค้าของเราถูกผลิตด้วยกระบวนการที่ยั่งยืนหรือใช้วัสดุที่ยั่งยืน อย่าลืมที่จะระบุสิ่งนี้ลงในรายละเอียดของสินค้าด้วย เพราะมีแนวโน้มสูงที่ลูกค้ารักสิ่งแวดล้อมมาเห็นแล้วจะอยากซื้อจนต้องแพ็กสินค้าส่งของไปต่างประเทศกันรัวๆ

 

 

อย่าลืมใช้ Social Platform อื่นๆ ให้เป็นประโยชน์

อีกหนึ่งวิธีในการเข้าหาลูกค้าผ่านสินค้าก็คือการสร้าง Social media account ของตัวเองในแต่ละ platform เช่น Facebook Instagram YouTube TikTok หรือ Pinterest เพื่อลงโปรโมตสินค้าของตัวเองให้ลูกค้าสนใจ รวมถึงอาจจะใช้ social media เป็นช่องทางในการพูดคุยกับลูกค้าหรือติดต่อกับลูกค้าได้อีกด้วย แม้ว่าช่องทางเหล่านี้อาจไม่ใช่ช่องทางหลักในการขาย แต่ถือว่าเป็นช่องทางที่ช่วยทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าในอนาคตได้อย่างดี

 

โฆษณายังมีผลให้คนซื้อ

หากในอดีตลูกค้ามักเข้ามาค้นหาสินค้า ก็ต้องขอบอกว่ายุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว! เพราะร้านค้าก็ต้องเริ่มที่จะเอาสินค้าไปเข้าหาลูกค้าด้วย โดยวิธีการเข้าหาลูกค้าก็มีหลายแบบ การซื้อโฆษณาร้านค้าอีคอมเมิร์ซของเราบนโซเชียลมีเดียก็เป็นหนึ่งในนั้น ทั้งนี้ การซื้อโฆษณาในทุกวันนี้ก็เริ่มแพงขึ้น ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น และมีข้อจำกัดเยอะขึ้นมากมาย ดังนั้นร้านค้าก็ควรจะเรียนรู้วิธีการซื้อโฆษณาให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด

 

Influencer Marketing ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

การให้ Influencer หรือบุคคลที่มีผลต่อความคิดคนส่วนใหญ่ มาช่วยขายของเพื่อสร้างเทรนด์ความต้องการให้สินค้าของคุณเตรียมส่งของไปต่างประเทศ ก็ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำอีคอมเมิร์ซขายของและส่งของไปต่างประเทศในเอเชีย เช่น จีน การใช้ Influencer เพื่อแนะนำสินค้าและขายสินค้าในจีนนั้นได้ผลมาก และเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลที่สุดชนิดที่ว่าหาก Influencer มีการแนะนำสินค้าชิ้นนั้นแล้วละก็ ยอดขายจะพุ่งตามมาเป็นสายน้ำเลยทีเดียว แต่ควรเลือกใช้ Influencer ที่เหมาะสมกับสินค้าด้วยเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

 

ปรับร้านค้าและสินค้าให้เข้ากับพฤติกรรมและความชอบของลูกค้า (personalization)

หมดยุคการทำการตลาดแบบ one size fits all แล้ว เพราะความชอบแต่ละคนไม่เหมือนกัน ประสบการณ์ที่แต่ละคนอยากได้ก็ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการทำ personalization หรือการสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้น หากเราสามารถทำความเข้าใจลูกค้าแต่ละแบบได้ เช่น ลูกค้าคนนี้ชอบสีเหลือง ในขณะที่อีกคนชอบสีฟ้า ลูกค้าบางคนชอบซื้อของซ้ำ ในขณะที่ลูกค้าบางคนชอบมองหาของใหม่ๆ ถ้าเราเข้าใจพฤติกรรมเหล่านี้แล้วเสนอขายสินค้าที่แตกต่างกันโดยอิงตามสิ่งที่ลูกค้าชอบเสมือนรู้ใจลูกค้า ก็เพิ่มโอกาสให้ลูกค้าซื้อของของเราเยอะขึ้น และอาจจะได้ลูกค้าประจำเลยก็เป็นได้ โดยวิธีการทำให้เรามีร้านอีคอมเมิร์ซที่เข้าใจและปรับตามพฤติกรรมของลูกค้านั้น ต้องใช้ data มาเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมเพื่อที่จะนำเสนอขายสินค้าได้ตรงจุด อาจจะยากและใช้เงินรวมไปถึงเวลาในการทำเบื้องต้นซักหน่อย แต่ต้องบอกเลยว่าผลลัพธ์นั้นคุ้มค่าแน่นอน!

 

 

วางแผนแคมเปญในเทศกาลช้อปปิ้ง

ในปีหนึ่งนั้นมีวันสำคัญในแต่ละเดือนมากมายและเป็นวันที่คนมักจะช้อปปิ้งเพื่อมองหาข้าวของเครื่องใช้ใหม่ๆ และของดีๆ เช่น วันปีใหม่, วันวาเลนไทน์, 9.9, 10.10, 11.11, 12.12, Black Friday, Cyber Monday, วันคริสต์มาส เป็นต้น วันเหล่านี้มักจะมีดีมานต์การจับจ่ายสูง ดังนั้นหากเราวางแผนการตลาดในช่วงดังกล่าวอย่างถูกวิธีและเหมาะสม ก็จะช่วยทำให้ยอดขายของเพื่อที่จะส่งของไปต่างประเทศนั้นเพิ่มขึ้นได้ และอย่าลืมวางแผนการโฆษณาด้วยว่าเราจะโปรโมตแคมเปญดังกล่าวอย่างไร

 

แนะนำสินค้าที่ควรขายในปี 2021 อิงจากปริมาณการค้นหาของผู้คน

1. Homewear ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้าน

โควิดทำให้คนอยู่ติดบ้านมากขึ้น และมีแนวโน้มจะเป็นอย่างนั้นต่อไปอย่างน้อยก็1-2 ปี ดังนั้น ผู้บริโภคจึงหันมาลงทุนกับการทำบ้านหรือสถานที่อยู่ให้น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน พรม หมอน โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องนอน หรือว่าจะเป็นในส่วนห้องทำงาน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์เสริม gadget เพื่อการทำงานจากที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ สินค้าเหล่านี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นในช่วงโควิดแทบทั้งสิ้น

 

2. Workout gear อุปกรณ์ออกกำลังกาย

เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงของการติดโควิด ผู้บริโภคทั่วโลกจำต้องออกกำลังกายที่บ้านโดยปริยาย 76% ของผู้บริโภคทั่วโลกบอกว่าพวกเราเปลี่ยนมาออกกำลังกายที่บ้านแทน อุปกรณ์กีฬาจึงขายดีขึ้นมาทันที หลายคนออกกำลังกายจากที่บ้านผ่าน YouTube หลายคนออกกำลังกายผ่านการเล่นเกมแบบ virtual ไม่ว่าจะวิธีไหนถือว่าได้เหงื่อ และลดเสี่ยงแทบทั้งนั้น นอกจากนี้ จากผลสำรวจ 43% ของผู้บริโภคยังบอกอีกว่าพวกเขามีแนวโน้มจะออกกำลังกายที่บ้านบ่อยขึ้นถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิดจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่ขายสินค้าประเภทอุปกรณ์กีฬา นี่คือโอกาสสร้างยอดขาย ปั๊มออร์เดอร์ส่งของไปต่างประเทศกัน! 

 

3. DIY beauty สวยสั่งได้ด้วยตัวเอง

การแพร่ระบาดของ Covid-19 และจำกัดการเดินทาง ทำให้คนอยู่กับบ้าน work from home กันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและร่างกายได้รับอานิสงค์ในเชิงบวก ผู้คนมีเวลาให้กับการดูแลตัวเองมากขึ้น หลายๆ คนเริ่มค้นหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าไม่ว่าจะเป็นครีมลดสิว สกินแคร์ โฟมหน้า มาสก์ชีต หรือสปาที่ทำได้จากที่บ้าน เรียกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตั้งแต่หัวจรดเท้ามีโอกาสในการขายช่วงโควิดสูงมาก และถ้าเราจะโฟกัสการขายผลิตภัณฑ์ความงามและส่งของไปต่างประเทศ อย่าลืมใช้ YouTube หรือ Instagram สำหรับโพสต์คลิปวิธีการใช้งาน และอย่าลืมใช้กลยุทธ์ Influencer เผื่อกระจายความดีงามของสินค้าให้กลุ่มเป้าหมายได้รับรู้กัน

 

4. Green products ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเทรนด์รักโลกกำลังมาแรง ผู้บริโภคในปัจจุบันมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงมองหาสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงสินค้าอย่างเดียว แต่รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ด้วย เช่น แปรงสีฟันไม้ไผ่ ครีมที่ใส่ขวดแก้ว แชมพูบาร์ เครื่องสำอางแบบวีแกน และยาทาเล็บที่ไม่ได้ทำการทดลองในสัตว์ เทรนด์นี้ขยายผลต่อคนรุ่นใหม่ด้วย จากผลสำรวจ 85% ของผู้บริโภคเจน Z ในสหรัฐอเมริกาเชื่อในแบรนด์ที่ทำเพื่อส่วนรวม รวมถึงสิ่งแวดล้อมมากกว่าเพียงแค่โฟกัสที่ยอดขายหรือกำไรในเชิงธุรกิจ

 

5. Second-hand fashion แฟชั่นมือสอง

แฟชั่นกับอีคอมเมิร์ซเป็นของคู่กัน แต่ด้วยความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมแฟชั่นทั่วโลกจึงต้องปรับตัวให้เข้ากับดีมานต์ของผู้บริโภค เสื้อผ้าแฟชั่นมือสองจึงตอบโจทย์ทั้งเรื่องลดกระบวนการการผลิตที่กระทบสิ่งแวดล้อม และยังเป็นมิตรต่อเงินในกระเป่าของผู้ซื้อด้วย ตลาดเสื้อผ้ามือสองทั่วโลกตั้งแต่ปี 2012 เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและคาดการณ์ว่าจะเติบโตมากกว่า 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2024 อีกด้วย 

 

รู้เรื่องเทรนด์อีคอมเมิร์ซ สิ่งที่ควรนำมาปรับปรุงในปี 2021 รวมไปถึงสินค้าน่าขายในปีนี้แล้ว สิ่งสำคัญอื่นๆ ก็มีส่วนส่งเสริมการขาย เช่น ทำเว็บไซต์ให้รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ไม่ควรบังคับสมัครสมาชิกก่อนซื้อ ค่าส่งต้องเป็นมิตร ถ้าโฟกัสการขายไปยังลูกค้าทั่วโลก ต้องระบุให้ชัดว่าส่งของไปต่างประเทศได้ หรือแจ้งเงื่อนไขในการส่งของไปต่างประเทศให้ถึงมือผู้รับอย่างรวดเร็ว นโยบายการคืนสินค้า ฯลฯ

DHL Express ยินดีทำหน้าที่ลอจิสติกส์พาร์ทเนอร์ให้ธุรกิจทุกขนาดที่ต้องการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซไปต่างประเทศ พร้อมจะทำให้ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศหมดไป ขอแนะนำiExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับส่งของไปต่างประเทศ รวดเร็ว ฉับไว ได้มาตรฐานโลกโดยมืออาชีพ Certified International Specialists บินขนส่งสินค้าทุกวัน ไม่มีหยุด! เช็กค่าส่งของไปต่างประเทศคร่าวๆ ได้ที่ https://iexpressbydhl.com/th/

Check price Click now!