BLOG

ชี้เป้าสร้างรายได้! ส่งอาหารแห้ง อาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาแบบไม่ต้องโดน Say No!

ชี้เป้าสร้างรายได้! ส่งอาหารแห้ง อาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาแบบไม่ต้องโดน Say No!

Updated at:

ด้วยสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่เรากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทำให้คนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศไม่สามารถเดินทางเข้าและออกประเทศไทยได้อย่างที่วางแผนไว้ในทุกๆ ปี คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศจึงหันมาใช้บริการขนส่ง เพื่อส่งของไปและกลับต่างประเทศกันมากขึ้น เพื่อให้คนที่อยู่ทางโน้นคลายความคิดถึงบ้านได้ไม่มากก็น้อย แน่นอนว่าอาหารนี่แหละถือว่าเป็นสิ่งยอดนิยมที่คนรับในต่างประเทศต้องการให้ส่งจากเมืองไทยมากที่สุด เพราะว่าทุกครั้งที่ได้กลับมาบ้านเกิด สิ่งที่คนอยู่ห่างบ้านอยากสัมผัสเป็นอย่างแรกหลังจากได้กลับมาประเทศไทย คือการได้รับประทานอาหารและสัมผัสกับรสชาติที่ได้จากวัตถุดิบจากบ้านเกิดเมืองนอน ส้มตำปลาร้าเอย ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกเอย ปลาหมึกทอดเอย ทุเรียนอบกรอบเอย คิดแล้วก็น้ำลายไหล! และการส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปอเมริกานั้น ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ถ้ามี Check list 

 

โดยจากสถิติที่ผ่านมาในปี 2563 ประเทศไทยส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาจำนวนมาก ประกอบกับคนในสหรัฐอเมริกามีพฤติกรรมซื้อของทางออนไลน์เป็นปกติรวมเป็นเงินกว่า 709.78 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากเดิม 18% ผลสำรวจยังบอกอีกว่า สินค้ายอดนิยมได้แก่ อาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง เป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มที่เติบโตเร็ว และมียอดซื้อพุ่งก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคเสียอีก ทำให้ความต้องการส่งของไปอเมริกาคึกคักมาก

 

eMarketer บริษัททำวิจัยชั้นนำได้ทำนายไว้ว่า การซื้อขายสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มนั้นจะเติบโตสูงขึ้น จาก 23.4% เป็น 58.5%ในขณะที่สินค้าเพื่อสุขภาพ สินค้าเพื่อการดูแลตัวเอง และสินค้าเพื่อความสวยงาม จะเติบโตขึ้นจาก 16.6% เป็น 32.4% อีกทั้ง e-marketplace ของสหรัฐอเมริกา ก็เป็นช่องทางในการวางขายที่ง่ายและสะดวก ได้รับความนิยมจากผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น eBay หรือ Amazon รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลัง COVID-19 ก็มีการหันมาซื้อสินค้าทางออนไลน์ และเปิดรับกับผู้ผลิตหรือจำหน่ายจากต่างประเทศกันมากขึ้น

 

สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยไปอาศัย ทำงานหรือศึกษาต่อมากที่สุด และมีอัตราการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสสูง ทำให้มีการงดเว้นการเดินทางระหว่างประเทศ งดทำกิจกรรมนอกบ้านเพื่อป้องกันตัวเองจากโรคระบาด การสั่งสินค้าออนไลน์เพื่อมาส่งถึงบ้าน จึงถือเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึงเมื่อต้องการจะจับจ่ายใช้สอยสินค้าในยุคที่้ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ COVID-19 ชี้เป้า! ลองพลิกวิกฤตินี้มาเป็นโอกาส ด้วยการหันมาสร้างอาชีพ จากการส่งอาหารแห้ง หรืออาหารแปรรูปไปอเมริกา รับรองว่าจะต้องได้รับการตอบรับที่ดี เพราะอาหารไทยยังคงเป็นอาหารที่ถูกปากทั้งคนไทยในต่างแดนเอง และทั้งคนต่างชาติ 

 

หากคุณกำลังหาข้อมูลส่งอาหารแห้ง อาหารแปรรูปออกจากไทยไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการค้ากับกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา หรือเพื่อส่งให้คนในครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้อง ควรศึกษาข้อกำหนดด้านศุลกากรอย่างถี่ถ้วน เพื่อทำให้การส่งอาหารไปอเมริการาบรื่นตลอดเส้นทาง บทความนี้จะตอบคุณได้ในทุกข้อสงสัย พร้อมทำให้การส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกากลายเป็นเรื่องง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ!

 

ส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกายังไง ให้ไปถึงปลายทางได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเผชิญหน้ากับข้อผิดพลาด!

อันดับแรกต้องทราบก่อนว่า การส่งอาหารไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายการขนส่งด่วนทางอากาศ ไม่สามารถส่งอาหารสดได้เพราะถือเป็น Perishable goods ซึ่งอาจเน่าเสียในระหว่างขนส่ง ส่วนอาหารแห้งและอาหารแปรรูปที่ส่งไปอเมริกาได้นั้นต้องไม่ใช่อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น ยกเว้นปลาและสัตว์ทะเล

 

การส่งอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ Non-Homemade Product และ Homemade Product ทั้งสองแบบก็จะมีข้อแตกต่างกันไป ดังนี้

 

 

การขนส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกา แบบ Non-Homemade Product

Non-Homemade Product คืออาหารแปรรูป หรือ อาหารแห้ง ที่ผลิตจากโรงงานและจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้า หรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป เช่น อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มันฝรั่งทอด เป็นต้น ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในการอุปโภคบริโภคและเหมาะสมกับการส่งออกเนื่องจากมีบรรจุภัณฑ์มิดชิด โดยมากผ่านการรับรองด้านอาหารจากหน่วยงานในท้องถิ่น เก็บได้นาน โดยการขนส่งอาหารประเภทนี้ควรมีข้อควรรู้ดังนี้

 

1. ประเภทของอาหารและจุดประสงค์ในการส่ง

  • อาหารแห้งและอาหารแปรรูปที่ส่งออกได้ต้องไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ทุกชนิด เช่น ไส้กรอก แฮม หรือ หมูแผ่น เป็นต้น
  • ห้ามส่งอาหารสด ผักผลไม้ที่ยังไม่ได้ถูกแปรรูปให้เป็นอาหารแห้งหรืออาหารสำเร็จรูปอื่นๆ
  • อาหารที่จะถูกส่งออกได้นั้น จะต้องไม่ใช่อาหารหรือสินค้าที่จำเป็นต้องคงสภาพอุณหภูมิหรือเก็บความเย็นเพราะการขนส่งจะไม่สามารถรักษาอุณหภูมิของสินค้าได้
  • การส่งออกสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ประเภทนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงหรือนมสด จะต้องมีใบอนุญาตนำเข้า สหรัฐอเมริกาที่เรียกว่า USDA Import Veterinary Permit

•  ปลาหรืออาหารทะเลแปรรูป เช่น ปลากระป๋อง หรือขนมปลาเส้น สามารถส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม และเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด

  • หากต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า)

 

2. ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การส่งออกอาหารไปยังต่างประเทศนั้น จะต้องได้รับการหีบห่อที่แน่นหนา โดยการซีล หรือปิดสุญญากาศ  (Vacuum Packaging) เพื่อป้องกันการรั่วไหล หรือซึมเลอะของอาหารในระหว่างการขนส่ง

 

3. ฉลากอาหาร (Label): จะต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

  • ชื่อสินค้า (Product name)
  • ชื่อ และ ที่อยู่ผู้ผลิต (Manufacturer name & address)
  • ส่วนผสม (Ingredients)
  • น้ำหนัก (Net Weight)
  • วันหมดอายุ (Expiry Date)
  • ประเทศที่ผลิต (Country of Origin)

Tips: เพื่อความรวดเร็วและแม่นยำในการส่งอาหาร แนะนำให้สแกนฉลากอาหาร และปรินท์แนบไปกับ invoice เพื่อความง่ายต่อการตรวจสอบของศุลกากรขาเข้าของฝั่งอเมริกา

 

4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade 

  • ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก
  • ไม่ต้องดำเนินพิธีการขาออก
  • ปริมาณในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Non-Homemade
  • หากส่งไปให้บุคคล (ไม่ใช่เพื่อขาย) ให้จัดส่งใน "ปริมาณที่เหมาะสม" สำหรับการบริโภคต่อคน (ตามดุลพินิจของศุลกากร)
  • หากเป็นการส่งออกโดยระบุว่าส่งไปเพื่อการค้าขาย สามารถส่งได้ไม่จำกัดจำนวน
  • การระบุมูลค่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะต้องระบุมูลค่าตามจริง โดยหากมีมูลค่าเกิน $800 จะต้องทำ Prior Notice ก่อนส่งสินค้า

 

 

การขนส่งอาหารแห้งและอาหารแปรรูปไปสหรัฐอเมริกาแบบHomemade

Homemade product คืออาหารที่ผลิตหรือทำเองจากที่บ้าน เช่น ผลิตภัณฑ์ OTOP หรือขนมที่ทำเองจากที่บ้าน เช่น คุกกี้ ขนมปังกรอบ เป็นต้น

 

1. ประเภทของอาหารและจุดประสงค์ในการส่งอาหาร

  • การส่งออกผลิตภัณฑ์ จะต้องเป็นการส่งออกเพื่อบุคคลถึงบุคคลเท่านั้น ห้ามเป็นการส่งออกเพื่อนำไปทำการค้าโดยเด็ดขาด
  • ปริมาณที่ส่งออกต้องถูกจำกัดปริมาณ เพื่อความเป็นไปได้และเหมาะสมในการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น
  • สามารถส่งปลา หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากปลา และสัตว์ทะเล สามารถส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ ต้องผ่านกรรมวิธีการถนอมอาหารและการแปรรูปที่ถูกต้อง โดยจะต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมและเป็นไปได้ต่อการบริโภคส่วนบุคคลเท่านั้น ปลาและผลิตภัณฑ์จากปลาสามารถขนส่งออกจากไทยได้โดยต้องส่งรวมกับของชนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากปลาในปริมาณ 20-30% ของพัสดุทั้งหมด
  • หากต้องการขนส่งผลิตภัณฑ์ปลาอย่างเดียว โดยไม่มีการส่งของชนิดอื่น สามารถทำได้เช่นกัน แต่ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ส่งออกสัตว์น้ำ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตและใบรับรองของกรมประมง และต้องเดินพิธีการขาออก (ดังนั้นแนะนำว่าควรส่งร่วมกับของชนิดอื่นจะดีกว่า)
  • การส่งนมวัวหรือนมแพะที่เป็นนมผงต้องมีใบอนุญาตเหมือน Non-Homemade เช่นกัน

 

2. ห่อหรือบรรจุภัณฑ์ (Packaging) 

การห่อหรือบรรจุภัณฑ์ จะต้องได้รับการหีบห่อที่แน่นหนา โดยการซีล หรือปิดสุญญากาศ (Vacuum Packaging)  เสมือนกับ การส่งผลิตภัณฑ์ Non-Homemade

 

3. ฉลากอาหาร (Label): จะต้องมีฉลากที่มีข้อมูลสำคัญเป็นภาษาอังกฤษ ดังนี้ 

  • ป้ายชื่อสินค้า (Product name)
  • ระบุว่าเป็น Homemade บน Invoice
  •  

4. รายละเอียดและข้อจำกัดในการส่งออกอาหารแปรรูปแบบ Homemade 

  • ไม่ต้องใช้ใบอนุญาตส่งออก
  • ไม่ต้องเดินพิธีการขาออก
  • ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศุลกากร
  • ไม่จำกัดมูลค่าในการส่ง แต่หากเกิน $800 ต้องทำ Prior Notice ก่อนการส่งสินค้า

 

การนำเข้าอาหารประเภทปลาหรือผลิตภัณฑ์ปลาไปยังสหรัฐอเมริกา

อาหารประเภทปลาหรือผลิตภัณฑ์ปลาสามารถส่งไปยังสหรัฐอเมริกาได้ ยกเว้น ปลา Siluriformes คือ อันดับปลาหนัง หรือตระกูลปลาหนัง เป็นปลากระดูกแข็ง ปลาประเภทนี้มีจำนวนปลามากถึง 35 วงศ์ และ 2,867 ชนิด ตัวอย่างวงศ์ที่สำคัญและพบในประเทศไทยและไม่สามารถส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ ได้แก่

  • วงศ์ปลาขยุย (Akysidae) เช่น ปลาขยุย
  • วงศ์ปลาดัก (Amblycipitidae) เช่น ปลาดัก
  • วงศ์ปลากดทะเล (Ariidae) เช่น ปลาริวกิว, ปลาอุก
  • วงศ์ปลากด (Bagridae) เช่น ปลาแขยง ปลากด ปลามังกง
  • วงศ์ปลากะแมะ (Chacidae) เช่น ปลากะแมะ
  • วงศ์ปลาดุก (Clariidae) เช่น ปลาดุกด้าน ปลาดุกอุย
  • วงศ์ปลาแค้ขี้หมู (Erethistidae) เช่น ปลาแค้ขี้หมู
  • วงศ์ปลาจืด (Heteropneustidae) เช่น ปลาจืด
  • วงศ์ปลาแค้ (Sisoridae) เช่น ปลาค้างคาว, ปลายะคุย
  • วงศ์ปลาดุกทะเล (Plotosidae) เช่น ปลาดุกทะเล ปลาปิ่นแก้ว
  • วงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลาเผาะ ปลาโมง ปลาบึก ปลาเทโพ ปลาเทพา
  • วงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbeidae) เช่น ปลาสังกะวาด ปลายอนทอง ปลายอนโล่
  • วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) เช่น ปลาก้างพระร่วง ปลาเบี้ยว ปลาสายยู ปลาปีกไก่ ปลาชะโอน ปลาค้าว

 

สำหรับ SME ในเมืองไทยหรือผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการหารายได้เสริม การส่งอาหารแห้งหรืออาหารแปรรูปไปยังกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา จึงอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ เพียงแต่รู้ความต้องการของคนที่นั่น แล้วจัดหาให้ตามคำขอที่สำคัญ ต้องเตรียมเอกสารหรือข้อมูลในการจัดส่งที่ต้องใช้ เพราะสหรัฐอเมริกามีการควบคุมการนำเข้าพัสดุประเภทอาหารอย่างเข้มงวด จากนั้นก็จัดส่งของไปอเมริกาได้เลย 

 

แต่เพื่อป้องกันความล่าช้าในการส่งของไปอเมริกา อย่าลืมเลือกผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่เป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์อย่าง DHL Express เรายินดีให้คำปรึกษาทุกการจัดส่งไปทั่วโลก แต่ถ้าพร้อมส่งของไปอเมริกาแล้ว เราขอแนะนำ 

iExpressByDHL แพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับส่งของไปต่างประเทศจาก DHL Express ให้คุณทำรายการส่งของไปอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ได้ครอบคลุม 220 ประเทศทั่วโลก เช็กราคาเบื้องต้นได้ที่ https://iexpressbydhl.com/th/ หรือจะแชตเพื่อคุยกับเจ้าหน้าทีของเราที่พร้อมให้บริการด้วยใจก็เริ่มได้เลย!

 

อัพเดทข้อมูลล่าสุด 27 มกราคม 2564

Check price Click now!