BLOG

ส่งพัสดุไปต่างประเทศ ไม่ยากอย่างที่คิด

ส่งพัสดุไปต่างประเทศ ไม่ยากอย่างที่คิด

Updated at:

ใครยังไม่เคยส่งพัสดุไปต่างประเทศบ้าง? ถ้าคุณยกมือขึ้น ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะยุคนี้คือยุคของโลกไร้พรมแดน อยากจะติดต่อถึงกัน ทำได้เพียงแค่คลิก! ก็สื่อสารกับคนที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่งได้แล้ว แล้วถ้าเป็นการเชื่อมต่อคนอีกมุมหนึ่งของโลกผ่านสิ่งของล่ะ? ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ  DHL Express ผู้ให้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศ ทำหน้าที่พาพัสดุที่สำคัญของคุณไปยังประเทศปลายทางได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งสินค้าในเชิงธุรกิจหรือเพื่อความจำเป็นส่วนบุคคล เกริ่นมาเสียยืดยาว เพียงเพื่อจะบอกว่า ทุกวันนี้ การส่งพัสดุหรือสิ่งของไปต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และที่สำคัญ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่ใครหลายคนกลัวกันด้วย

 

DHL Expressแนะนำแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการส่งของไปต่างประเทศโดยเฉพาะ ให้คุณทำรายการส่งของไปต่างประเทศได้ง่ายๆ บนเว็บไซต์ www.iExpressByDHL.com ง่ายเหมือนการช้อปปิ้งออนไลน์ แม้ไม่เคยทำมาก่อน และเพื่อเป็นการเตรียมตัวให้พร้อม เราจัดCheck list นี้ไว้ให้คุณได้ส่งพัสดุไปต่างประเทศได้ง่ายกว่าเดิม ต้องเตรียมอะไรบ้าง ไปดูกัน! 

 

1. เตรียมของที่จะส่ง พร้อมข้อมูลให้ครบ

ผู้ส่งทราบดีว่าของที่จะส่งไปต่างประเทศคืออะไร จำนวนเท่าไร และเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งที่ต้องระบุรายละเอียดของสิ่งของที่จะส่ง (Shipment Description) ให้ครบถ้วนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ในการนำพัสดุนั้นออกนอกประเทศ และนำเข้าไปในประเทศปลายทาง พัสดุทุกชิ้นที่ส่งออกไปนอกประเทศจะถูกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่และผ่านเครื่องเอ๊กซ์เรย์เพื่อให้มั่นใจว่าตรงกับรายละเอียดที่ระบุ และให้มั่นใจว่าไม่ใช่สิ่งของที่ห้ามส่งออกนอกราชอาณาจักร

 

 

2.เตรียมข้อมูลด้านบรรจุภัณฑ์ น้ำหนัก ขนาด

ก่อนจะจัดส่งไปต่างประเทศ ผู้ส่งต้องแพ็คของทั้งหมดในบรรจุภัณฑ์ให้พร้อม สิ่งที่ต้องทราบลำดับถัดมาคือ น้ำหนัก (หน่วยเป็นกิโลกรัม) ความกว้าง ความยาวและความสูง (หน่วยเป็นเซนติเมตร) ของกล่องที่บรรจุ และเพื่อผลประโยชน์ของท่านเอง ต้องระบุข้อมูลเหล่านี้ตามความเป็นจริง เพราะนอกจากจะส่งผลกับการคำนวณพื้นที่ขนส่งบนเครื่องบินแล้ว ยังมีผลต่อราคาค่าจัดส่งอีกด้วย

 

ค่าบริการขนส่งจะถูกคำนวณตามปริมาตรพื้นที่ของพัสดุที่ขนส่งบนเครื่องบิน โดยคำนวณน้ำหนักตามปริมาตรเพื่อเทียบกับน้ำหนักจริงด้วยสูตรคือ ขนาดของบรรจุภัณฑ์สินค้า กว้าง x ยาว x สูง (ซม.) /5,000 ซึ่งเป็นวิธีการมาตรฐานของ IATA

 

นอกจากนี้ ผู้ส่งต้องระบุจำนวนของสิ่งของที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์โดยละเอียด พร้อมราคาต่อหน่วย (บาท) และประเทศที่ผลิต เช่น หากภายในบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปต่างประเทศ มีหน้ากากผ้า หนังสือ เสื้อกีฬา ผู้ส่งต้อง Add Item ของสิ่งของแต่ละประเภท ได้แก่

  • Item 1 ได้แก่ หน้ากากผ้า ระบุว่ามีหน้ากากผ้ากี่ชิ้น ราคาต่อชิ้นกี่บาท ประเทศที่ผลิตหน้ากากผ้านี้
  • จากนั้น Add Item ที่ 2 คือหนังสือ และ Add Item ที่ 3 คือเสื้อกีฬาพร้อมใส่ข้อมูล

ทั้งนี้เพื่อเป็นการสำแดงแก่หน่วยงานศุลกากรทั้งในประเทศต้นทาง (ประเทศไทย) และปลายทางว่ามีของอะไรที่กำลังส่งออกจากประเทศไทยและกำลังจะเดินทางเข้าไปในประเทศปลายทางนั้นๆ

 

#Tip ผู้ส่งต้องแพ็คของให้เรียบร้อย ให้พร้อมจัดส่ง โดยสามารถใช้กล่องหรือบรรจุภัณฑ์ทั่วไปที่มีความแข็งแรงได้มาตรฐานมาใช้บรรจุของสำหรับส่งไปต่างประเทศได้ แต่ถ้าผู้ส่งไม่มีกล่อง ทางDHL Express ก็มีบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงได้มาตรฐานและเหมาะสมกับขนาดของพัสดุมาบริการให้ลูกค้าฟรี ไม่คิดค่าใช้จ่าย เพียงระบุในระบบ หรือทำรายการให้เสร็จแล้วแจ้งเลข waybill (ตัวเลข 10 หลัก) กับทาง Call Center เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำกล่องมาด้วยในวันที่นัดส่ง

 

3. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของ “ผู้ส่ง” (Shipper detail)

ข้อมูลนี้สำคัญมาก ต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง โดยเฉพาะถ้าผู้ส่งเลือกให้เจ้าหน้าที่คูเรียร์มารับเอกสารและพัสดุที่บ้าน เพราะหลังจากผู้ส่งทำรายการออนไลน์เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่คูเรียร์จะโทรยืนยันวันเวลาจัดส่งตามเบอร์โทรที่ให้มา และเดินทางไปรับเอกสารหรือพัสดุตามที่อยู่ที่ระบุ นอกจากนี้ เอกสารสำคัญอย่าง waybill, commercial invoice และข้อมูลยืนยันการชำระเงินก็จะจัดส่งไปยังอีเมลของผู้ส่งสำหรับพิมพ์มาแนบกับพัสดุที่จะส่งด้วย

 

 

4. ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมลของ “ผู้รับ” (Receiver detail)

ข้อมูลนี้มีความสำคัญไม่แพ้กัน จึงต้องใส่ข้อมูลให้ครบถ้วน หลายประเทศมีกฎระเบียบชัดเจนว่าต้องระบุชื่อผู้รับเป็นชื่อสกุลที่ตรวจสอบได้ (ชื่อตามบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ต) หากระบุไม่ครบ อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดส่งได้ ส่วนเบอร์โทรศัพท์และอีเมลของผู้รับนั้น ขาดไม่ได้เป็นอันขาด เพราะ DHLExpress จะมีระบบแจ้งเตือนการนำส่งสินค้าผ่านเบอร์โทรศัพท์และอีเมลของผู้รับล่วงหน้า และมี option ที่เรียกว่า On Demand Delivery (ODD) ที่ให้ผู้รับสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการรับพัสดุในแบบที่ตนเองสะดวกได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น นำไปฝากไว้ที่ Locker, เลื่อนวันจัดส่งในกรณีที่ผู้รับไม่อยู่บ้าน ฯลฯ

 

 

5. เลือก “Pick up” เพื่อให้เจ้าหน้าที่มารับพัสดุที่บ้าน หรือ “Drop off” เพื่อนำพัสดุไปส่งให้เจ้าหน้าที่ที่จุดบริการใกล้บ้าน

เตรียมตัดสินใจก่อนส่งของได้เลยว่าจะเลือกใช้บริการ Pick up หรือ Drop off โดย “Pick up” คือผู้ส่งยินดีให้เจ้าหน้าที่เดินทางมารับพัสดุที่หน้าบ้านของตนเอง ตามวันและช่วงเวลา (เช้าหรือบ่าย) ที่แจ้งความจำนงไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่คูเรียร์จะโทรกลับมายืนยันวัน เวลาและสถานที่รับพัสดุอีกครั้ง นี่คือบริการ door to door service ที่ผู้ส่งของจะได้รับความสะดวกสูงสุด โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

 

ในขณะที่ “Drop off” นั้น คือการที่ผู้ส่งทำรายการออนไลน์บน   www.iExpressByDHL.comและเลือกจุดบริการดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสที่ต้องการนำของไปฝากส่ง จากนั้นชำระเงิน พิมพ์เอกสารที่ต้องใช้ในการจัดส่ง แล้วนำพัสดุที่พร้อมส่งแล้วไปให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการที่ได้เลือกไว้ในเว็บไซต์ภายในระยะเวลา7 วัน ซึ่งวิธีนี้ก็สะดวกไม่แพ้กัน การ “Drop off” ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ on the go มากกว่า จึงเหมาะสำหรับผู้ส่งที่ไม่ได้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา

 

 

6.บัตรเครดิต หรือ e-money ต้องพร้อม

การส่งพัสดุไปต่างประเทศผ่าน iExpressByDHL.com เป็นการทำรายการออนไลน์ด้วยตนเองบนเว็บไซต์ ชำระค่าใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตบนระบบการชำระเงินออนไลน์ของ 2C2P ที่ได้มาตรฐานปลอดภัยระดับสากล และสามารถชำระเงินผ่าน Online payment รูปแบบอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ทั้ง WeChat Payment, Alipay, Rabbit LINE Pay, Thai QR Payment และ GrabPay Wallet ดังนั้น เมื่อทำกรอกรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้นแล้ว จึงต้องชำระเงินค่าบริการเพื่อให้รายการสิ้นสุดอย่างครบถ้วน ไม่ต่างจากการช้อปปิ้งออนไลน์! และเมื่อมีการยืนยันการชำระเงินแล้ว ข้อมูลการจัดส่งก็จะถูกส่งไปแจ้งยังเจ้าหน้าที่คูเรียร์ในพื้นที่ที่ให้บริการ ซึ่งจะเตรียมตัวเข้ามารับพัสดุถึงหน้าประตูบ้านตามวันและช่วงเวลาที่ได้เลือกไว้

 

รับรองว่า ถ้าเตรียมตัวตาม Check list นี้ครบถ้วน การส่งของไปต่างประเทศด้วยตัวเองผ่านเว็บไซต์ www.iExpressByDHL.comก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายที่คุณทำได้แบบมือโปร (แม้ที่จริงจะทำเป็นครั้งแรก!) หรือถ้าอยากดูวิธีทำแบบเห็นภาพ สามารถคลิกเข้าไปดูขั้นตอนการจัดส่งในวิดีโอนี้ได้ที่นี่ >> https://youtu.be/wpkiAMHoAeQ

 

กำลังจะส่งของไปต่างประเทศพอดีเลยใช่ไหม? ไม่ว่าจะส่งไปให้เพื่อน ครอบครัว หรือลูกค้าของคุณ ถ้าพร้อมแล้ว .. Let’s ship now!

• เช็คราคา-นัดเวลาส่งได้เลย* 👉https://bit.ly/34NI9mT

• ส่งของไปต่างประเทศด้วยตัวเองที่ DHL Express Service Point ใกล้บ้าน ตรวจสอบจุดบริการได้ที่นี่ 👉https://bit.ly/2xaGR8R